Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Accelerating Thailand's Digital Transformation with AI” ภายในงาน Advancing All Intelligence Thailand: Huawei Cloud Summit 2026 ซึ่งกระทรวงดีอีร่วมกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร   นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค "ดิจิทัลไทยแลนด์" ที่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถพึ่งพาเพียงเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการระบบนิเวศดิจิทัลในทุกมิติ ประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ล้ำสมัย ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ระบบคลาวด์ บุคลากรที่มีทักษะ และแอปพลิเคชันที่มีนวัตกรรม เพื่อเร่งสร้างรากฐานและความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจเข้ามาลงทุนได้อย่างมั่นใจ และสร้างประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน   ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้วางแนวทางภารกิจสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1) การเสริมสร้างรากฐานดิจิทัลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2) การเร่งขับเคลื่อนการใช้งาน AI ในทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ และ 3) การสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมที่น่าเชื่อถือ และพร้อมเดินหน้าผสานพลังภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ AI    ตลอดจนการส่งเสริมการเข้าถึง AI ของทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ปราศจากอคติหรือการเลือกปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัลของประเทศ   -------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ประจำปี ค.ศ. 2026 (APEC 2026 Digital and AI Ministerial Meeting) ภายใต้หัวข้อหลัก "Digital Technologies and AI for the Empowerment of an Asia-Pacific Community" ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน    นายไชยชนก ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ของประเทศไทยใน 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการเชื่อมต่อดิจิทัลที่มีความหมาย (Meaningful Digital Connectivity) และการยกระดับการเข้าถึงเทคโนโลยีและทักษะด้านดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI อย่างทั่วถึง   ทั้งนี้ รมว.ดีอี กล่าวว่า การเชื่อมต่อดิจิทัลที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงการเชื่อมต่อผู้คนกับอินเทอร์เน็ต แต่เป็นการเชื่อมโยงประชาชนกับโอกาส โดยประเทศไทยได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งเครือข่าย 5G ที่ครอบคลุมประชากรกว่า 95% การพัฒนา Government Data Center and Cloud Service (GDCC) และ National AI Service Platform เพื่อรองรับการพัฒนา AI และบริการดิจิทัลของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และนักพัฒนา   ขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้มีการนำ AI ไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านบริการภาครัฐ อาทิ Health Link, Envi Link และ Travel Link รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI ในด้านสาธารณสุข การเกษตร และการพัฒนาทักษะของประชาชน เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์และโอกาสอย่างเป็นรูปธรรมต่อทุกภาคส่วน   ในส่วนการพัฒนาทักษะดิจิทัล ประเทศไทยมีโครงการยกระดับทักษะดิจิทัล และ AI รวมถึงการพัฒนา AI for Thai และ ThaiLLM หรือ AI สัญชาติไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ที่ตอบโจทย์ภาษา วัฒนธรรม และบริบทของประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึง AI ได้อย่างทั่วถึง   “ตนขอเสนอให้เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค ร่วมกันผลักดันความร่วมมือด้านการกำกับดูแล AI การพัฒนา AI ที่รองรับความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม และการพัฒนาทักษะ AI ของประชาชน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างปลอดภัย โปร่งใส และเกิดประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค โดยประเทศไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการทดสอบนวัตกรรม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และขับเคลื่อนความร่วมมือด้าน AI ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” รมว.ดีอี กล่าว   นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการรับรองถ้อยแถลงรัฐมนตรีเอเปคด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ประจำปี ค.ศ. 2026 (APEC 2026 Digital and AI Ministerial Statement) ซึ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์สำคัญของการประชุม โดยมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการยกระดับการเชื่อมต่อดิจิทัล การพัฒนาทักษะดิจิทัล การสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุน นวัตกรรม และการใช้โอเพนซอร์สเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคให้เติบโตอย่างครอบคลุมและยั่งยืน   --------------------------------------------------------------

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 เพื่อนำเสนอข้อมูล บทบาท ภารกิจ และผลการดำเนินงานที่สำคัญ รวมทั้งประเด็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฯ ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 1 สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวต้อนรับนายณัฏฐภพ ตุลยกุลโรจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะผู้ศึกษาหลักสูตรโครงการนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 17 เข้าศึกษาดูงานการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti-Online Scam Operation Center: AOC) ณ ห้องประชุม 02/03 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาน ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมชี้แจงการตอบแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment - IIT) และการสำรวจแบบวัด IIT ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุม 02/05 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เยี่ยมชมนิทรรศการ APEC Digital Weeks 2026 ระหว่างวันที่ 16-23 กรกฎาคม ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ร่วมจัดนิทรรศการภายใต้แนวคิด การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของไทย โดยนำเสนอ 3 โครงการสำคัญ ได้แก่    (1) AI Governance Practice Center (AIGPC) หรือศูนย์ปฏิบัติการด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ เพื่อขับเคลื่อนการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม และมุ่งยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางธรรมาภิบาล AI แห่งเอเชีย-แปซิฟิก    (2) โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย ซึ่งมุ่งให้ประชาชนไทย 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ Generative AI ระดับ Pro เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน    และ (3) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย (ThaiLLM) เพื่อพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของไทยที่รองรับบริบทด้านภาษา วัฒนธรรม และความต้องการเฉพาะของประเทศไทย   ทั้งนี้นายไชยชนก ได้ร่วมรับฟังการนำเสนอของทั้ง 3 โครงการ ซึ่งได้รับความสนใจจากรัฐมนตรีและผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค ตลอดจนผู้เข้าร่วมงาน APEC Digital Weeks 2026 เป็นอย่างมาก สะท้อนถึงบทบาทที่โดดเด่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ที่มีธรรมาภิบาล ครอบคลุม และมุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากโรงพยาบาลรามาธิบดีในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน พร้อมบรรยายในหัวข้อเรื่อง "แนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม" ณ ห้องประชุม 02/04 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน Thailand Quantum Readiness Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเปิดมุมมองอนาคตเทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งจัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด โดยมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า พร้อมด้วย ผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนที่สนใจเข้าร่วม ณ โรงแรมแรมแบรนดท์ สุขุมวิท 18 กทม.   รมช.ดีอี ได้กล่าวถึงการใช้งานเทคโนโลยีควอนตัม ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีการประมวลผลด้วยความเร็ว และมีความปลอดภัย ซึ่งเป็นระบบหลังบ้านที่สามารถเปลี่ยนการให้บริการประชาชนของภาครัฐ ไปสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของภารกิจหลักแต่ละหน่วยงาน อาทิ การใช้งานในระบบบริการสาธารณสุข การใช้งานของดีป้า ที่มีภารกิจส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีในชุมชน วิสาหกิจชุมชน เกษตรอัจฉริยะ หรือ ETDA ที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และการดำเนินการเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม ขณะที่บางหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมมือในการใช้งานข้อมูล ซึ่งกระทรวงดีอี โดย ดีป้า พร้อมที่จะให้การสนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีควอนตัม เพื่อปรับเปลี่ยนยกระดับการให้บริการประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมกล่าวถ้อยแถลงการประชุม High-Level Dialogue: Leveraging Digital and AI Technologies to Empower the APEC Community ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน    นายไชยชนก กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่แค่เป้าหมายแต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการพัฒนาที่ทั่วถึงและยั่งยืน   ทั้งนี้ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้าง “ความเชื่อมั่น” (Trust) ซึ่งเป็นรากฐานของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มั่นคง การกำกับดูแล AI อย่างรับผิดชอบ การเชื่อมโยงบริการภาครัฐ และการบูรณาการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม    ขณะเดียวกันไทยได้ประกาศความพร้อมในการผลักดัน Thailand as an APEC AI Governance Sandbox เพื่อเป็นพื้นที่ความร่วมมือสำหรับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และผู้พัฒนานวัตกรรม ในการทดลองประยุกต์ใช้ AI แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาล AI และร่วมพัฒนาแนวทางกำกับดูแล AI ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับภูมิภาค   “ความสำเร็จของแต่ละเขตเศรษฐกิจเรื่อง AI ไม่ควรใช้การวัดค่าจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ควรวัดผลสัมฤทธิ์จากการที่ทุกเขตเศรษฐกิจสามารถก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน และทุกคนมีโอกาสเข้าถึงประโยชน์จาก AI อย่างเท่าเทียม” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย  

ดีอี ขยายความร่วมมือไทย–จีน มุ่งยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI หนุนการลงทุน พัฒนาบุคลากร สร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ . วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หารือทวิภาคีร่วมกับนายหลี่ เล่อเฉิง (Li Lecheng) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Minister of the Ministry of Industry and Information Technology of China) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือในสาขาสำคัญ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล (Data Center) การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยี ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน  . ในการหารือ ไทยได้นำเสนอให้จีนเข้าร่วมสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Practice Center: AIGPC) เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้าน AI ร่วมกับจีน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนามาตรฐานและการกำกับดูแล AI ในระดับสากล พร้อมขยายความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การหลอกลวงทางออนไลน์ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของประชาชน   นอกจากนี้ ยังมีการหารือการส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center และบริการคลาวด์ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการ China–ASEAN Digital Academy เพื่อสร้างกำลังคนด้านดิจิทัลและ AI รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะสานต่อการหารือระดับรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยและจีนให้เติบโตอย่างยั่งยืน . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมวไชยชนกชิดชอบ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีการหารือทวิภาคีร่วมกับนายหวู หาย กวาน (Vu Hai Quan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลนีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Minister of Science and Technology) เพื่อขยายความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) และการกำกับดูแลสื่อสังคมออนไลน์ โดยมุ่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานโยบายดิจิทัลของทั้งสองประเทศ รวมถึงการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและเวียดนามฉบับใหม่ ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน   ในการหารือ ไทยได้นำเสนอให้เวียดนามเข้าร่วมสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Practice Center: AIGPC) เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้าน AI ของภูมิภาค พร้อมเชิญเวียดนามร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการกำกับดูแล AI เพื่อส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและสร้างความเชื่อมั่นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี   ทั้งนี้ไทยและเวียดนามเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การหลอกลวงทางออนไลน์ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลดิจิทัล เพื่อเสริมสร้าง ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของประชาชน โดยทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชน การกำหนด ความรับผิดชอบร่วมของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และแนวทางการสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน   นอกจากนี้ไทยได้มีความสนใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเวียดนามในการพัฒนาระบบ Digital ID และการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการยกระดับบริการภาครัฐดิจิทัลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสานต่อความร่วมมือผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การผลักดันความร่วมมือด้าน AI และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันในเวทีระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลของอาเซียนให้เติบโตอย่างยั่งยืน และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการพิจารณาจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและเวียดนามฉบับใหม่  

รมว.ดีอี หารือบรูไน เดินหน้าความร่วมมือรัฐบาลดิจิทัล  AI พร้อมพัฒนาบุคลากร ยกระดับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอาเซียน . วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมหารือทวิภาคีกับ ดาโต๊ะ เซอรี ปาดูกา อาวัง โมฮัมหมัด ริซา บิน ดาโต ปาดูกา ฮัจญี โมฮัมหมัด ยูนุส (Dato Seri Paduka Awang Mohd Riza bin Dato Paduka Haji Mohd Yunos) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและสารสนเทศของบรูไนดารุสซาลาม (Minister of Transport and Infocommunications of Brunei Darussalam) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ธรรมาภิบาล AI (AI Governance) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรดิจิทัล ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน . ในการหารือทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนานโยบายดิจิทัลของทั้งสองประเทศและเสริมสร้างความร่วมมือในระดับอาเซียน โดยไทยได้แบ่งปันประสบการณ์ด้านการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล การจัดทำมาตรฐานข้อมูลภาครัฐ การจำแนกข้อมูล (Data Classification) และแนวทางการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล พร้อมแสดงความพร้อมในการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่สามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของบรูไน . ในการหารือ ไทยได้นำเสนอเกี่ยวกับศูนย์ปฏิบัติการด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Practice Center: AIGPC) เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาค โดยได้เชิญให้บรูไนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และร่วมขับเคลื่อนการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ . ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรดิจิทัล ผ่านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ และการพัฒนาโครงการฝึกงานด้านดิจิทัลและ AI รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล  . ขณะเดียวกันยังได้ยืนยันที่จะสานต่อความร่วมมือผ่านกลไกการหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมผลักดันโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านรัฐบาลดิจิทัล AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการพัฒนากำลังคน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาคมดิจิทัลอาเซียน . #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมวไชยชนกชิดชอบ

รมว.ดีอี หารือ Google ยกระดับการป้องกันภัยออนไลน์ เร่งปิดกั้น URL ผิดกฎหมาย ย้ำความร่วมมือสร้างระบบนิเวศดิจิทัลปลอดภัยเพื่อคนไทย   วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ ร่วมหารือกับ Mr. Wilson L. White รองประธานฝ่าย Government Affairs & Public Policy บริษัท Google ในช่วงจัดการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ประจำปี ค.ศ. 2026 (APEC 2026 Digital and AI Ministerial Meeting) เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการยกระดับความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตลอดจนการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน   ในการหารือครั้งนี้ นายไชยชนก ได้หยิบยกประเด็นปัญหาลิงก์โฆษณาและเว็บไซต์ผิดกฎหมาย เช่น การพนันออนไลน์ ที่ปรากฏบน Google Search Engine เป็นลำดับแรก ซึ่งเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงประชาชน พร้อมขอความร่วมมือจาก Google ในการเร่งดำเนินมาตรการปิดกั้น URL ที่ไม่ปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบโฆษณาออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง โดยGoogle ได้แสดงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยอย่างใกล้ชิด และรับข้อเสนอของไทยไปดำเนินการ    ขณะเดียวกัน นายไชยชนก ได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องจากภัยคุกคามในโลกดิจิทัลมีลักษณะไร้พรมแดน โดยประเทศไทยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระดับโลกในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาเทคโนโลยี และการยกระดับมาตรการป้องกัน อย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #DE #รมวไชยชนกชิดชอบ

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในการส่งต่อ นำจ่าย และการดำเนินงานตามโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” โดยมีนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ที่ทำการไปรษณีย์ปัตตานี จ.ปัตตานี . นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ปัตตานีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กระทรวงดีอีให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น การเข้าถึงบริการพื้นฐานและช่องทางกระจายสินค้าจึงมีความท้าทายมากกว่าพื้นที่ทั่วไป แต่นั่นยิ่งตอกย้ำว่า ปณท คือกลไกสำคัญที่ช่วยให้ภาครัฐดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ ด้วยเครือข่ายไปรษณีย์ที่ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ ยังคงเดินหน้าให้บริการอย่างต่อเนื่องและเท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้เข้าถึงสินค้าและบริการได้ไม่ต่างจากภูมิภาคอื่น ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้มอบหมายให้ติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด . ทั้งนี้ จุดแข็งของ ปณท ที่อยู่เหนือผู้ประกอบการรายอื่น คือความเป็น “แบรนด์ รอยัลตี้” (Brand Loyalty) ที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความไว้วางใจมายาวนาน ทั้งในแง่ความปลอดภัยของสินค้าระหว่างการขนส่งและความสม่ำเสมอของบริการ แม้ในพื้นที่ที่ผู้ประกอบการเอกชนรายอื่นอาจเข้าไม่ถึง จุดแข็งนี้เองที่ทำให้ ปณท สามารถต่อยอดเป็นช่องทางกระจายสินค้าเฉพาะทางของพื้นที่ชายแดนใต้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผ่านการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมการพัฒนาชุมชน ในการผลักดันสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนขึ้นแพลตฟอร์ม ThailandPostmart . สำหรับสินค้าเฉพาะทางที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทั้งอาหารแปรรูปพื้นถิ่นและงานฝีมือชุมชน ปณท ปัตตานี มีบทบาทเป็นทั้งจุดรับฝากและจุดกระจายสินค้าให้กลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่ อาทิ ปลากุเลาเค็มตากใบ ที่ต้องอาศัยกรรมวิธีแปรรูปเฉพาะให้ได้รสชาติต้นตำรับ ข้าวเกรียบปลาและอาหารทะเลแปรรูปจากชุมชนชายฝั่ง ขนมอาซูรอและขนมพื้นเมืองที่ทำเฉพาะบางช่วงเวลา ตลอดจนผ้าปาเต๊ะและผ้าไหมยกดอกปัตตานีจากกลุ่มทอผ้าในชุมชน ซึ่งสินค้าเหล่านี้มักมีข้อจำกัดด้านช่องทางจำหน่ายสู่ตลาดนอกพื้นที่ การมีเครือข่าย ปณท ที่เข้าถึงทุกครัวเรือนจึงช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยในพื้นที่เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศได้มากขึ้น . ขณะเดียวกัน จากการสำรวจผลดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” พบว่าพื้นที่ที่ไม่มีสาขาของผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดมักมีสินค้าจัดจำหน่ายที่ไม่หลากหลาย ประชาชนมีตัวเลือกจำกัด ปณท จึงทำหน้าที่เป็นทั้งช่องทางส่งออกสินค้าท้องถิ่นและช่องทางนำสินค้าจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ ผ่านแพลตฟอร์ม “ThailandPostmart” ที่รวมสินค้าตามโครงการไทยช่วยไทย สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทั่วประเทศ พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านที่ครอบคลุมทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศ . #DE #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ไปรษณีย์ไทย #ปณท #ไทยช่วยไทย

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.