Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมการแถลงข่าว “ก้าวสู่144 ปีไปรษณีย์ไทย Postsible Next” โดยมีผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ผู้บริหาร ปณท และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารภาณุรังษีไปรษณียาคาร ชั้น 2 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่)   นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ปณท มีบทบาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระบบราชการ โดยในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้องในระบบการทำงานทุกรูปแบบ ปณท จึงปรับเปลี่ยนจากภารกิจเดิมที่แค่รับส่งเอกสารราชการ ก้าวสู่การส่งเสริมบริการจากภาครัฐไปสู่ประชาชนในรูปแบบอื่นๆ ทั้งด้านการส่งเสริมธุรกิจ และเศรษฐกิจ จากวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ SMEs ไทย เชื่อมต่อนโยบายของรัฐบาล และหน่วยงานต่างๆ ไปยังประชาชนในพื้นที่ชุมชน   “จากการลงพื้นที่ ตนพบว่า บุคลากรของ ปณท มีจุดแข็งเรื่องการสนับสนุนและพร้อมโปรโมตจุดเด่นของแต่ละจังหวัด รู้จักของดี ผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชน และมีความสัมพันธ์สามารถประสานงานกับชุมชนต่าง ๆ กลุ่มอาชีพต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจุดแข็งดังกล่าว จึงเป็นจุดเด่นที่จะทำให้รัฐบาล หน่วยงานรัฐ สามารถเชื่อมต่อกับชุมชน สร้างโอกาสทั้งด้านเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับพี่น้องประชาชน ผ่านการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน การกระจายสินค้า หรือเป็นตัวกลางในการขายให้กับชุมชน รวมทั้งเพิ่มความสะดวกการเข้าถึงบริการภาครัฐให้กับประชาชนผ่านแพลตฟอร์มของ ปณท ที่จะขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันกับแพลตฟอร์ม “ทางรัฐ” ของ DGA ”  รมช.ดีอี กล่าว

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 2 สิงหาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 109,956 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 12,543 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 12,542 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 24 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 3 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ประเทศจีนมีการลงทุนในไทยมากที่สุด คิดเป็น 71%   อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง JBC ยืนยัน บ้านหนองหญ้าแก้วไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน แต่คือพื้นที่ของไทยอย่างชัดเจน   อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ทหารเขมรขนชาวบ้าน มาป่วนหน้ากำแพงตู้คอนเทนเนอร์ บริเวณชายแดนทมอดา   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ร่างงบประมาณ ปี 2570 ของกรมประมง ไม่มีงบประมาณสำหรับจัดการปลาหมอคางดำ   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง นโยบายเร่งด่วน ปรับโครงสร้างภาครัฐ-ยุบหน่วยงาน เริ่มดำเนินภายในเดือนกันยายน 69   อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เตรียมนำเข้าเนื้อไก่จากจีน เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านเพจ Anti-Electronic Fraud Center   สำหรับข่าวที่น่าสนใจคือเรื่อง “สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านเพจ Anti-Electronic Fraud Center” โดยกระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พบว่า เพจ Facebook ที่กล่าวอ้างดังกล่าว เป็น “เพจปลอม” โดยถูกสร้างขึ้นเลียนแบบให้ใกล้เคียงกับชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ Anti Cyber Scammer Center (ACSC)   ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว ยืนยันว่า ไม่ได้มีการเปิดเพจให้ติดตามรับเงินคืนจากมิจฉาชีพแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อส่งข้อมูลส่วนบุคคล หรือโอนเงินเพื่อทำธุรกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ ---------------------------------------------------------------------

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมโครงการ Girls in ICT Day 2026 ซึ่งเป็นกิจกรรมการจัดฝึกอบรมเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลให้แก่เยาวชน โดยกระทรวงดีอี ร่วมกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ และศูนย์ CCDKM ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้จัดหาวิทยากรจากภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อร่วมอภิปรายในการฝึกอบรมดังกล่าว โดยมีนักเรียนจากโรงเรียนบางเดื่อ โรงเรียนวัดไก่เตี้ย โรงเรียนบางพูน และศูนย์ศึกษามอญปทุม ประมาณ 137 คน ทั้งหญิงและชาย เข้าร่วมการฝึกอบรม ภายใต้หัวข้อ Girls Shaping the Digital Future ณ ศาลาพุทธบูชา วัดบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี   สำหรับการฝึกอบรมครั้งนี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเปิดโลก AI ปลุกไอเดียอาชีพแบบง่าย ๆ กิจกรรมเลือกอาชีพในฝันและคิดคอนเซปต์ AI สายคอนเทนต์และไอเดีย เทคนิคการเป็นยุวมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว : ใช้เป็น รู้ทัน สร้างสรรค์ โดยการฝึกอบรมในวันนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงการเรียนรู้เทคโนโลยี AI แต่ยังครอบคลุมการใช้ AI เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน การรู้เท่าทันข่าวปลอมและภัยออนไลน์ การใช้ AI อย่างมีจริยธรรม รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมอัตลักษณ์ของชุมชนผ่านบทบาทของยุวมัคคุเทศก์ในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีที่สะท้อนให้เห็นว่า AI สามารถเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาทั้งตนเอง ชุมชน และสังคมได้  

รมช.ดีอี ร่วมรมช.ดีอี ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ    นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ว่าที่ร้อยตรีว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ บริเวณลานด้านหน้าอาคารอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)   สำหรับพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดการสื่อสารในประเทศไทย และทรงวางรากฐานให้ประเทศไทยมีระบบการสื่อสารที่ทันสมัยและก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน  

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปในพิธีถวายเครื่องสักการะ“พระอนุสาวรีย์ จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช” เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ประจำปี 2569   ในการนี้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงประกอบพระกรณียกิจที่สำคัญอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม ณ พระอนุสาวรีย์ฯ บริเวณเกาะกลางน้ำ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมหารือร่วมกับนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในประเด็นการดำเนินโครงการ “ศูนย์รวบรวมข้อมูลนักท่องเที่ยวภายในประเทศ” โดยมีผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 กระทรวง เข้าร่วม   นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอี มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อเสริมศักยภาพ ทักษะและความเชื่อมั่นด้านการใช้งานเทคโนโลยีให้กับประชาชน ควบคู่กับการสนับสนุนส่งเสริมหน่วยงานราชการในการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการ และพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานภาครัฐ และประชาชน    ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมดำเนินการในโครงการ “ศูนย์รวบรวมข้อมูลนักท่องเที่ยวภายในประเทศ” เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวของประเทศไทย (Tourism Data Platform) ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลและบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ช่วยลดการซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในแพลตฟอร์มที่มีร่วมกัน   เบื้องต้นได้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมที่มี ผศ.(พิเศษ) ดร. นพ. พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี เป็นประธาน เพื่อการพัฒนาแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว โดยเน้นเรื่องความปลอดภัย การบูรณาการข้อมูลของนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นข้อมูลในการส่งเสริมการทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และSMEs    “จากการหารือพบว่า แอปพลิเคชันของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ อาทิ Thailand Tourist Police , Amazing Thailand หรือ ระบบ Tourism Wallet สำหรับให้บริการข้อมูลและอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ถือเป็นแอป ฯ ที่ดีมาก โดยกระทรวงดีอี พร้อมร่วมบูรณาการข้อมูลกับ แพลตฟอร์ม Travel Link ของ BDI” รมว.ดีอี กล่าวในตอนท้าย   --------------------------------------------------------------------


วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบนโยบายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ในส่วนของการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นช่องทางให้ “สแกมเมอร์” นำไปใช้เพื่อการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยให้ดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย พร้อมกับดำเนินการตามกฎหมายในทันทีหากพบการกระทำความผิด   ดังนั้นจากการที่มีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น กระทรวงดีอี มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ตรวจสอบข้อเท็จจริงของการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)    พร้อมกันนี้กระทรวงดีอี ได้พิจารณาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ด้วยแล้ว   “กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายบนสื่อสังคมออนไลน์ เข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งครอบคลุมการลักษณะการกระทำความผิด ได้แก่ การนำเข้าข้อมูลข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ การนำเข้าข้อมูลที่กระทบความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เศรษฐกิจ หรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ฯลฯ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” รมช.ดีอี กล่าว    ------------------------------------------------------------------------

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมประชุมคิกออฟโครงการระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงศึกษาธิการ . การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ซึ่งพัฒนาภายใต้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud service หรือ GDCC) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการบริหารจัดการเอกสารและกระบวนการทำงานของหน่วยงาน ให้เป็นระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร ลดการใช้กระดาษ เพิ่มความรวดเร็วและความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   สำหรับประเด็นในการพิจารณาที่สำคัญคือ หลักเกณฑ์การประกาศและเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บัญชีม้า) รวมทั้งแนวทางการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภายใต้ พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2569 และคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   นายไชยชนก กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศหลักเกณฑ์การประกาศรายชื่อ "บัญชีม้า" ทุกสี จากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดีอี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งจะเตรียมควบรวมฐานข้อมูลข้ามธนาคารแบบเรียลไทม์ โดยหากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทุจริตในธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ระบบจะระงับบัญชีของบุคคลนั้นทันทีในทุกธนาคาร    ขณะเดียวกัน จะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางใน 3 ระบบ ด้วยกันคือ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลธนาคารผ่าน Central Fraud Registry (CFR) สำหรับแลกเปลี่ยนเส้นทางการเงินและรายชื่อบุคคลเสี่ยง ฐานข้อมูลจากระบบตรวจจับพฤติกรรมบัญชีธนาคารที่มีความผิดปกติ ร่วมกับฐานข้อมูลของ ปปง. และฐานข้อมูลจาก AOC 1441 ที่รวบรวมรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดี    ทั้งนี้ร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะช่วยยกระดับการปราบปรามบัญชีม้า โดยเมื่อระบุตัวเจ้าของบัญชีม้าได้ จะมีการระงับช่องทางการทำธุรกรรมทั้งหมด (Mobile Banking, ATM, ธุรกรรมออนไลน์) ในทุกบัญชีของทุกธนาคาร พร้อมกับขึ้นบัญชี blacklist ห้ามเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยเด็ดขาด และดำเนินการเชิงรุก ระงับบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง แม้ยังไม่มีผู้เสียหายแจ้งความก็ตาม เพื่อกักกันเงินในบัญชีไว้ก่อนถูกโอนออก   นอกจากนี้จากพฤติกรรมในปัจจุบันของ “สแกมเมอร์” ที่มีการหลอกลวงให้เด็กและเยาวชนเปิดบัญชีธนาคารมากขึ้น ทำให้ทาง ธปท. ได้เริ่มดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การจำกัดวงเงินโอน/ชำระเงินต่อวันผ่านบัญชีธนาคาร และ e-Money ของเยาวชนอายุ 12-18 ปี ไม่เกิน 3,000-10,000 บาทต่อวันตามช่วงอายุ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใต้เดือนตุลาคม 2569    สำหรับการยกระดับมาตรการดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยหากประชาชนที่ถูกระงับบัญชีโดยไม่ได้ตั้งใจ สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นธนาคารจะเร่งตรวจสอบและปลดล็อกบัญชีให้โดยเร็ว    ในส่วนของหลักเกณฑ์การคืนเงินผู้เสียหายตามกฎกระทรวงฯ ที่ประชุมจะเร่งดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านระบบของ ปปง. ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล เพื่อให้ทันต่อการที่กฎกระทรวงฯ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ปปง. เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับดีอี ตร. ธปท. สมาคมธนาคารไทย TEPA/e-Money ก.ล.ต. และสมาคมผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกำหนดเป็นมาตรการเชิงลึกเร่งด่วนภายใน 90 วัน ให้แล้วเสร็จภายในกันยายน 2569   “นอกเหนือจากมาตรการปราบปราม ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการป้องกันภัยออนไลน์ อาทิ โครงการแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง (DE-fence) บริการข้อมูลแจ้งเตือนเบอร์โทรต้องสงสัย โครงการสร้างความตระหนักรู้ภัยออนไลน์แก่ประชาชน (DE Digital Shield) ผ่านการประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ และการจัดกิจกรรมในพื้นที่กทม.และส่วนภูมิภาค และศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (AFNC) ซึ่งขยายเครือข่ายแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และรับมือกับข่าวปลอมรวมถึงอาชญากรรมออนไลน์ในภาพรวม” รมว.ดีอี กล่าว


วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดงานเสวนาวิชาการในหัวข้อ “Fraud DE-fence Thailand: A Public-Private Collaboration against Online Scams” จัดโดย Google ร่วมกับกระทรวงดีอี ณ โกลว์ฟิช สยาม อาคารสยามปทุมวันเฮ้าส์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ   งานเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันรับมือกับปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเสวนาแนวทางและมาตรการป้องกันภัยมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ  

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดนิทรรศการ “AFNC รวมพลังคนไทย รู้ทันภัยข่าวปลอม”เสริมสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอมภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 1 โซน C กทม.   รมช.ดีอี กล่าวว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้ของศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม หรือ AFNC ครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความตระหนักรู้ และการรู้เท่าทันต่อภัยของข่าวปลอมในอีกรูปแบบหนึ่งให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา AFNC บูรณาการตรวจสอบข้อมูลข่าวจริง ข่าวปลอม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดดำเนินการแจ้งข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที   ขณะเดียวกันที่ผ่านมาจะพบว่าข่าวปลอมเรื่องสุขภาพ ยังคงเป็นอันดับ 1 ที่มีการเผยแพร่มากที่สุด AFNC ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว และเร่งรัดดำเนินการในการชี้แจงข้อทเจจริงอย่างต่อเนื่อง ผ่านทางช่องทางต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง เช่นเดียวกันปัจจุบันที่เข้าสู่ช่วงฤดูฝน เรามักจะพบข่าวปลอมการแจ้งเตือนพายุฝน อุทกภัย ผ่านทางออนไลน์เพื่อหวังยอดการเข้าถึง (Engagement) ดังนั้นสิ่งที่ AFNC กำลังดำเนินการคือการสร้างเครือข่ายทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน ประชาชน ในการร่วมมือกันสร้างการรู้เท่าทัน  และวิธีการรับมือข่าวปลอมให้กับประชาชน   “การดำเนินการของกระทรวงดีอี มีแนวทางการป้องกันและปราบปรามการเผยแพร่ข่าวปลอม โดยการสร้างความตระหนักรู้ สร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทัน พร้อมทั้งวิธีการรับมือข่าวปลอมให้กับประชาชน ในขณะเดียวกันเรื่องการปราบปรามนั้น  จะมีการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.คอมฯ ในการเอาผิดกับผู้ที่สร้างข่าวปลอม และเผยแพร่ข่าวปลอมทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อสังคม อย่างไรก็ตามกระทรวงดีอี จะทำความเข้าใจกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวปลอมโดยไม่ได้ตั้งใจก่อนที่จะดำเนินการทางกฎหมายใดๆ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการช่วยกันขจัดข่าวปลอมออกไปจากโลกออนไลน์” รมช.ดีอี กล่าว

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 3/2569 โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดีอี ผู้แทนหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/10 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบออนไลน์

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.