Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

รมช.ดีอี หารือ ติดตามความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.กิจการไปรษณีย์   วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือติดตามความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการไปรษณีย์ พ.ศ. .... โดยมี ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ผู้บริหาร ปณท หัวหน้าหน่วยงานกระทรวงดีอี ปณท และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    รมช.ดีอี กล่าวว่า การหารือเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ทั้งด้านการกำกับดูแลผู้ให้บริการเพื่อให้ครอบคลุมกิจการที่เกี่ยวข้อง การจดทะเบียนการให้บริการกิจการไปรษณีย์ การจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการฯ การกำหนดอัตราการให้บริการ โดยร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะต้องอยู่ภายใต้การแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม การส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด  

  วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ณ กระทรวงอุตสาหกรรม   ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาการเร่งรัดการดำเนินงานภายใต้แผนบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและการบริการแห่งอนาคตตามนโยบายรัฐบาล เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตและบริการเดิมไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เน้นการใช้ เทคโนโลยีและทักษะขั้นสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาให้เกิดบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หนุนการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนและเป็นระบบต่อไป  

  วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับ Mr.Edward Palmieri Senior Director, Public Policy บริษัท Roblox Corporation ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเกม Roblox โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ Asia Group Advisors เข้าร่วม   นายไชยชนก กล่าวว่า ตนได้หารือร่วมกับ Roblox ในส่วนของมาตรการด้านระบบความปลอดภัยและการคุ้มครองเด็กและเยาวชนบนแพลตฟอร์ม ทั้งการกำกับดูแลตามช่วงอายุ (Age Restriction & Age-Based Filtering) เทคโนโลยี Facial Age Estimation สำหรับประเมินอายุจากใบหน้า ระบบ Chat Moderation ตรวจจับข้อความไม่เหมาะสม และซึ่งทาง Roblox จะนำมาตรการตามมาตรฐาน IARC Rating มาใช้ในปี 2027   ทั้งนี้เรื่องความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่ภาครัฐ แต่รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้วย โดยจากการหารือกระทรวงดีอีพร้อมผลักดันให้เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มเกมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Digital Ecosystem ที่ปลอดภัย เพื่อยกระดับการยืนยันตัวตน การคุ้มครองเด็กและเยาวชน และการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน ครอบครัว และสังคมไทยในระยะยาว   ขณะเดียวกันได้เสนอให้มีการศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ในการยืนยันตัวตนของผู้ที่จะสามารถใช้งานแพลตฟอร์ม Roblox โดยการเชื่อมโยงระบบ Thai National Digital ID/KYC เข้ากับบัญชีผู้ใช้งาน Roblox เพื่อจะช่วยให้การยืนยันตัวตนและอายุของผู้ใช้งานแม่นยำขึ้นมาก และสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองได้อีกระดับหนึ่ง   นอกจากนี้ Roblox ยังได้นำเสนอ Family Zone ซึ่งเป็น Community ภายในแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจระบบเกมและความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน พร้อมการเสริมทักษะเนื้อหาด้าน AI และ การเขียน Coding ซึ่งการพัฒนาแคมเปญดังกล่าว ตนเชื่อว่าจะช่วยให้ผู้ปกครองและเด็กสามารถมีกิจกรรมการเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีในโลกดิจิทัลร่วมกันได้    “สำหรับแนวทางในระยะเบื้องต้นนั้น จะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันศึกษาระบบการยืนยันตัวตนผู้ใช้งานในไทย เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจริง ขณะที่ระยะต่อไปตนเสนอให้ศึกษาการใช้เครื่องมือ Pre-scan ตรวจสอบเนื้อหาก่อนการเผยแพร่ การวิเคราะห์ Game/User History Log และการใช้ AI วิเคราะห์ปัจจัยที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยง เพื่อเป็นการป้องกันเชิงรุก ไม่ใช่แก้ปัญหาภายหลังเกิดเหตุแล้ว ซึ่งทุกเครื่องมือที่นำมาใช้ต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งเรื่องความเหมาะสมและสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนผู้ใช้งาน โดยตนจะนำแนวทางดังกล่าวมาร่วมหารือกับผู้ประกอบการเกมไทยด้วย เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมเกมไทย" นายไชยชนก กล่าว    -------------------------------------------------------------------------------------  

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการแนวทางการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (National Cloud) ในรูปแบบการจัดหาแบบรวมศูนย์ (Centralized) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2573 สำหรับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อมุ่งกำหนดกรอบและแนวทางการจัดการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รองรับการใช้จ่ายงบประมาณด้านดิจิทัลของภาครัฐ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE พร้อมด้วย พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ ณ ห้องประชุม 10/10 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  


  วันที่ 13 สิงหาคม 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปเป็นองค์ประธานการประชุมวิชาการ Symposium การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569 และการเปิดตัวหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 7 (Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2027) ในการนี้ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าเฝ้ารับเสด็จ ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร    สำหรับการประชุมวิชาการ Symposium และการจัดทำ Thai Textiles Trend Book จัดขึ้นโดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ในการสืบสานพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" เพื่อรวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านทิศทางเทรนด์สี การออกแบบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนและชุมชนอย่างยั่งยืน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 110,943 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,190 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,189 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 15 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง การโจมตีของฝ่ายไทย สร้างความเสียหายต่อโบราณสถาน บ้านเรือน และการสูญเสียของพลเรือนกัมพูชา   อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ธนาคารออมสิน ชวนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชัน TDX   อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กรมการปกครอง สั่งยกระดับความปลอดภัยทั่วประเทศ ตั้งด่านสกัดอาวุธปืน–ยาเสพติด   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง น้ำประปามีส่วนผสมของคลอรีน ยิ่งนำไปต้มจะเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็ง   อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง PEA เปิดให้ติดต่อผ่านบัญชีไลน์ใหม่ 11293675   อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดให้ติดตามเงินคืน ผ่านเพจ Moving Forward For The Future   อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง รัฐบาลเตรียมจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนทั้งประเทศ ภายใน 90 วัน   สำหรับข่าวที่น่าสนใจคือเรื่อง “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดให้ติดตามเงินคืน ผ่านเพจ Moving Forward For The Future” โดยสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอยืนยันว่าเพจดังกล่าว เป็นเพจปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น ซึ่งแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์กระทรวงฯ ให้ประชาชนติดตามขอเงินคืน   กระทรวงดีอี ไม่มีนโยบายให้ประชาชนติดตามขอเงินคืน จากเพจหรือโซเชียลมีเดียใด ๆ ทั้งสิ้น หากพบเพจที่อ้างเป็นช่องทางของกระทรวงฯ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งข้อมูลให้กับเพจดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ   ทั้งนี้การติดตามการคืนเงินของผู้เสียหายนั้น จะต้องดำเนินการผ่าน สำนักงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยเมื่อ ปปง.ประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษา เพื่อแจ้งให้ผู้เสียหายเข้ามายื่นคำร้องขอรับคืนเงินพร้อมหลักฐานความเสียหายต่อสำนักงาน ปปง. ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา ตามช่องทางที่สำนักงาน ปปง. กำหนด    กรณีทราบตัวผู้เสียหายที่ชัดเจนแน่นอน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการแจ้งให้ผู้เสียหายนั้นทราบโดยตรงอีกทางหนึ่งด้วย และเมื่อสำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบคำร้องแล้ว จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้มีคำสั่งคืนเงินแก่ผู้เสียหาย หากผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของคณะกรรมการฯ อาจให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลแพ่งภายใน 30 วัน และหากยังไม่พอใจผลคำวินิจฉัยของศาลแพ่งสามารถอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ โดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด ซึ่งปปง. ขอเน้นย้ำต่อผู้เสียหาย ดังนี้   - หากตกเป็นผู้เสียหาย ให้รวบรวมหลักฐานและเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือแจ้งความออนไลน์ทันที   - การดำเนินการขอคืนเงินกับสำนักงาน ปปง. ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ห้ามโอนเงินโดยเด็ดขาด   - เมื่อมีการประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผู้เสียหายจะต้องยื่นคำร้องผ่านช่องทางที่สำนักงาน ปปง. กำหนดเท่านั้น และสำนักงาน ปปง. ไม่มีนโยบายให้ยื่นคำร้องหรือลงทะเบียน ผ่านสื่อ Social Media เช่น Facebook, Line, TikTok แต่อย่างใด โดยช่องทางการยื่นคำร้องประกอบไปด้วย 3 ช่องทาง คือ 1. ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงาน ปปง. หรือสถานที่อื่นที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด 2. ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน 3. ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สำนักงาน ปปง. กำหนด (จะมีการระบุไว้ในประกาศฯ)   ผู้เสียหายสามารถติดตามข่าวสาร รายชื่อบัญชีผู้กระทำความผิด และความคืบหน้าการขอคืนเงินได้ทางเว็บไซต์ทางการของสำนักงาน ปปง. เท่านั้นที่ www.amlo.go.th   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------------------------

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับผู้พัฒนาระบบ GDCC e-Office เข้าร่วมแสดงความยินดีกับสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน (สป.พน.) โดยมี นายสมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ เนื่องในโอกาสที่ สป.พน. ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการใช้ e-Office ภายใต้ GDCC ประจำปี พ.ศ. 2569

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อรับทราบผลการดำเนินการของกองทุนฯ ทั้งในด้านส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกภาคส่วน การส่งเสริมและสนับสนุนการวางรากฐานการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศ และการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ ห้องประชุม ชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี และร่วมพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์ ในโอกาสครบรอบ 143 ปี กิจการไปรษณีย์ไทย และวันคล้ายวันก่อตั้ง ครบรอบ 23 ปี บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) โดยมี ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ อาคารบริหาร ไปรษณีย์ไทย แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อรับทราบผลการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจ ณ ห้องประชุม ชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

รมช.ดีอี ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 143 ปี ไปรษณีย์ไทย    วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี และร่วมพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสงฆ์ ในโอกาสครบรอบ 143 ปี กิจการไปรษณีย์ไทย และวันคล้ายวันก่อตั้ง ครบรอบ 23 ปี บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) โดยมี ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ อาคารบริหาร ไปรษณีย์ไทย แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ  

นางสาวแนน บุณยิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมหารือกับนายยอด ชินสุภัคกุล CEO LINE MAN Wongnai และคณะผู้แทนจากบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด ในประเด็นการส่งเสริมและยกระดับทักษะของผู้ประกอบการ SMEs ไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง ว่าจะเป็นในส่วนของบริการส่งอาหาร บริการรถโดยสารส่วนบุคคล หรือบริการรับ-ส่งพัสดุ  ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)    รมช.ดีอี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัล การให้ความช่วยเหลือการประกอบอาชีพ ผ่านการส่งเสริมในด้านต่างๆ ทั้งการขนส่ง การส่งเสริมด้านทักษะการค้าขายบนโลกออนไลน์ การดูแลเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะต้องมีความชัดเจน เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการ และประชาชน  โดยจากการหารือร่วมกันในครั้งนี้ ทาง Line Man Wongnai พร้อมจะให้ความร่วมมือในการบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงดีอี ในการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ไทย เพื่อส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนต่อไป

ดีอี หารือ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย ยกระดับมาตรการเชิงรุกปกป้องเด็ก-เยาวชน ดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่มาตรฐานสากล     วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกม โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางสร้างระบบนิเวศเกมที่ปลอดภัย (Safe Gaming Ecosystem) และคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากความเสี่ยงบนโลกออนไลน์     รมว.ดีอี กล่าวว่า กระทรวงดีอีมีนโยบายส่งเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมเกมไทย ในทิศทางที่ถูกต้องปลอดภัยต่อเยาวชน เพื่อลบความเข้าใจผิดที่มีมายาวนาน แต่ต้องการส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่การมุ่งเป้าการเอาผิดแพลตฟอร์มเกม ไม่ว่าจะเป็นการแบน หรือบล็อกแต่อย่างใด เนื่องจากตระหนักดีว่าอุตสาหกรรมเกมเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล    พร้อมย้ำว่า เกมไม่ใช่ความเสี่ยงหรือสาเหตุหลักที่ทำให้เยาวชนเกิดความก้าวร้าวหรือก่อเหตุรุนแรง เพราะพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งครอบครัว โรงเรียน สังคม และสภาพจิตใจ โดยเชื่อว่าอุตสาหกรรมเกมและแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน  

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ติดตามงบฯ) ได้ทำหนังสือขอให้กระทรวงดีอี นำเสนอความคืบหน้าในการแก้ไขสัญญาโครงการ TH-AI Passport พร้อมทั้งเชิญไปชี้แจงและส่งเอกสารให้กมธ.นั้น นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ได้สั่งการตนและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องในกระทรวงดีอี ให้ความร่วมมือกับกมธ.ติดตามงบฯ เป็นอย่างดี โดยมอบหมายให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมเพื่อพิจารณาในทุกครั้งทั้งนี้ กมธ.ติดตามงบฯ ได้มีการเชิญให้กระทรวงดีอี เข้าร่วมประชุมชี้แจงทั้งหมด 4 ครั้ง ไม่รวมถึงการเชิญคู่สัญญาของโครงการฯ ที่ได้มีการเชิญประชุมโดยตรงกับกมธ.ติดตามงบฯ เช่นกัน โดยในส่วนของกระทรวงดีอี ได้มีการจัดส่งผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในกระบวนการซื้อ/จ้าง ที่มีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้ ครั้งที่ 1 นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี (ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช.) เข้าร่วม ครั้งที่ 2 มีตน และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พร้อมทั้งนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี เข้าร่วม ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 กค. 69 โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาฯ สดช. และ นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี เข้าร่วม ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 13 สค. 69 โดยมีนางสาวพลอยรวี เกริกพันธ์กุล ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และเจ้าหน้าที่กองบริหารกองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการจัดทำ TOR และคณะกรรมการพิจารณาผลการจ้าง ซึ่งได้รับมอบหมายให้เข้าร่วม ขณะที่เอกสารที่ กมธ.ติดตามงบฯ ได้ขอให้กระทรวงดีอี ส่งให้เพื่อพิจารณานั้น ได้มีการจัดส่งแล้วรวม 9 ฉบับดังนี้1. ประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างโครงการยกระดับทักษะ ด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport)2. ขอบเขตของงานและรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะ (TOR) โครงการฯ3. ราคากลาง โครงการฯ4. ประกาศเชิญชวน5. ประกาศผู้ชนะ6. สัญญาจ้างดำเนินโครงการฯ รวมเอกสารแนบท้าย7. รายละเอียดโครงการที่ได้รับอนุมัติตามมาตรา 26 (1) (2) ประจำปี 2563 – 25688)รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม8. หนังสือ คณะอนุกรรมการ ความร่วมมือป้องกันการทุจริต กรมบัญชีกลาง แจ้งผลการคัดเลือกโครงการจัดทำ ข้อตกลงคุณธรรม“กระทรวงดีอี ได้ให้ความร่วมมือกับกมธ.ติดตามงบฯ เป็นอย่างดีมาโดยตลอด ทั้งการมอบหมายให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าชี้แจงตามที่ กมธ.มีข้อสงสัย ซึ่งรายละเอียดของการชี้แจงที่ผ่านมามีสาระสำคัญครอบคลุมในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว ทั้งในส่วนของการถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีของทางราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งการส่งมอบเอกสารตามที่กมธ.ร้องขอเพื่อประกอบการพิจารณา แต่เนื่องจากปริมาณรายละเอียดเอกสารหลักฐานที่กมธ.ติดตามงบฯ ต้องการ ตลอดจนในบางส่วนของการขอข้อมูลก็มีลักษณะอาจมีผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการตามปกติ และมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบกับบุคคลอื่นนอกเหนือจากกระทรวงดีอี หรือเป็นข้อมูลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการติดตามงบประมาณ ทำให้อาจเป็นข้อจำกัดของกระทรวงดีอีในการจัดส่งเอกสารหลักฐานได้ สำหรับกรณีในการประชุมครั้งที่ 4 ที่มีการกล่าวอ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ที่สามารถเทียบเคียงกับการดำเนินงานโครงการฯ ของกระทรวงดีอีในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม หาก กมธ.ต้องการที่จะให้มีการชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นใด หรือต้องการเอกสารฉบับใดเพิ่มเติม ก็สามารถส่งเรื่องมายังกระทรวงดีอี โดยกระทรวงดีอีพร้อมให้ความร่วมมือตามแนวนโยบายที่ได้รับมอบหมายจาก รมว.ดีอี ต่อไป” นายพชร กล่าว

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.