Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุม Digital Literacy และติดตามความคืบหน้าการพัฒนาหลักสูตร Digital Skill โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    สำหรับการประชุมดังกล่าว เป็นการติดตามความคืบหน้าในการพัฒนาหลักสูตร Digital Skill ของหน่วยงานในสังกัด โดยที่ผ่านมาพบว่ามีการพัฒนาหลักสูตร 395 หลักสูตร ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายทั้งประชาชนทั่วไป นักเรียน เยาวชน บุคลาการรัฐ และผู้สูงอายุ โดย รมว.ดีอี ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ได้จัดวางระบบการอบรมหลักสูตร เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย และสามารถพัฒนาตนเองเป็นลำดับขั้น ตามระดับความรู้และทักษะที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล การใช้งานดิจิทัลด้านต่าง ๆ ทั้งด้านส่งเสริมความรู้ พัฒนาทักษะอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเชื่อมโยงเครือข่ายโรงเรียน ชุมชน ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล และทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2569 “วันนวมินทรมหาราช” โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมงาน ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีคณะผู้บริหารร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอีเข้าร่วมในพิธี ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ



วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์  พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์    กระทรวงดีอี โดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย บูรณาการระบบเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรองรับการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ภายใต้แพลตฟอร์มบริหารจัดการภัยพิบัติแบบบูรณาการ (Integrated Disaster Management Platform : IDMP) ตั้งแต่การแจ้งเตือนภัยตรงถึงประชาชนในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนแจ้งปัญหาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ (ระบบแจ้งรัฐ) การระดมอาสาสมัครกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิง และการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา    ปัจจุบันได้มีการเปิดใช้งานแล้วทุกระบบ ยกเว้นระบบบริหารและจัดการภัยพิบัติ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการบูรณาการข้อมูลจากระบบต่างๆ พัฒนาเป็นระบบศูนย์บัญชาการปฏิบัติการตามระดับความรุนแรงของภัยพิบัติ    รมว.ดีอี กล่าวว่า นอกจากระบบ IDMP แล้วกระทรวงดีอีได้ติดตามสถานการณ์ในเรื่องของสัญญาณสื่อสาร เพื่อป้องกันให้เกิดสถานการณ์วิกฤติด้านการสื่อสารเหมือนที่เกิดขึ้นในกรณีของอุทกภัยหาดใหญ่ โดยจะเป็นการติดตามทั้งระบบสื่อสารสัญญาณหลัก สัญญาณสำรอง และฉุกเฉิน พร้อมมอบหมาย NT และขอความร่วมมือผู้ให้บริการโทรคมนาคม เตรียมความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ในพื้นที่ภาคใต้ โดยหากเกิดกรณีฉุกเฉินสามารถพร้อมใช้งานได้ในทันที ไม่ต้องกังวลกับอุปสรรคด้านการขนส่ง หรือการเดินทางเข้าพื้นที่เมื่อเกิดสถานการณ์   ขณะเดียวกันยังได้มอบหมายให้ NT และ ปณท เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากมีความต้องการด้านพาหนะรถยกสูง หรือสัญญาณการสื่อสาร ซึ่งทางจังหวัดที่เกิดสถานการณ์สามารถประสานงานขอความช่วยเหลือในทุกรูปแบบจากทั้ง 2 หน่วยงานได้ทันที   ในส่วนของการแจ้งเตือนระบบแจ้งเหตุ ที่ผ่านมาพบว่ามีการรับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือผ่านหลาย ๆแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกันในการใช้ข้อมูลเพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที ดังนั้นนอกเหนือจากช่องทางหลักอื่นที่ใช้งานอยู่แล้ว ขอความร่วมมือจากประชาชนได้ใช้ช่องทางแพลตฟอร์มหลักในการแจ้งเหตุออนไลน์ ดังนี้ 1.Jitasa Care (จิตอาสาดอทแคร์) เนื่องจากระบบได้เชื่อมโยงกับระบบ IDMP แล้ว และประชาชนในพื้นที่ภาคใต้มีความคุ้นเคยกับการใช้งานแล้วจากกรณีอุทกภัยหาดใหญ่ 2. Traffy Fondue ซึ่งมีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลสมบูรณ์แล้ว และประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีความคุ้นเคยกับการใช้งานเป็นอย่างดี  3. แจ้งรัฐ ซึ่งมีการเปิดระบบใช้งานแล้ว โดยเป็นระบบของหน่วยงานภาครัฐโดยตรง    ด้าน นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ DGA ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม IDMP ต่อที่ประชุมว่า ระบบแจ้งเตือนภัย และระบบลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยานั้น ปภ.ได้เริ่มใช้งานแล้วตั้งแต่เหตุการณ์อุทกภัยที่ จ.น่าน และเหตุการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ กทม.    สำหรับระบบอาสาสมัครกู้ภัย ปัจจุบันมีอาสาสมัครลงทะเบียนแล้วกว่า 29,000 คน จากทั่วประเทศ ดังนั้น เมื่อเกิดภัยพิบัติ ปภ.สามารถประกาศพื้นที่ที่ต้องการขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครที่ลงทะเบียนไว้ได้ จากนั้นอาสาสมัครจะเข้าระบบเพื่อดูพื้นที่ภัยพิบัติ และสามารถเลือกพื้นที่ปฏิบัติงานได้ ระบบดังกล่าวช่วยให้ ปภ. เห็นข้อมูลภาพรวมของอาสาสมัครทั้งประเทศ การกระจายตัวทำงานตามพื้นที่ประสบภัยต่าง ๆ ซึ่งหากพื้นที่ใดขาดแคลน ปภ.สามารถใช้ระบบดังกล่าวสื่อสารขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเติมได้ โดยที่ผ่านมาได้มีการใช้งานระบบในพื้นที่ของ จ.น่าน และจ.สระแก้ว แล้ว (มีอาสาสมัครลงทะเบียนจำนวน 554 คน และลงพื้นที่จริงประมาณ 119 คน)    ด้านการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติภาคใต้ เสนอให้มีการใช้งาน “ระบบแจ้งรัฐ” เป็นช่องทางในการรับแจ้งปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชน ซึ่งจังหวัดต่าง ๆ สามารถยื่นขอเปิดให้งานเพื่อรับข้อปัญหาจากประชาชนโดยตรงในจังหวัดนั้น ๆ ได้    ขณะที่ ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI กล่าวว่า BDI ได้จัดทำระบบ Data Hub ในเรื่องของการแจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือ โดยเชื่อมโยงกับระบบแจ้งเหตุได้หลายระบบ ซึ่งขณะนี้มีการเชื่อมโยงระบบร่วมกับ Traffy Fondue (กทม.) Jitasa Care (จิตอาสาดอทแคร์) และแจ้งรัฐ และกำลังเชื่อมโยงสายด่วนนิรภัย 1784 ของปภ. เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหลาย ๆ ที่ ตรวจสอบความซ้ำซ้อน และเร่งรัดการจัดทำชุดข้อมูลมาตรฐานส่งต่อไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ต้องการไปใช้ในการบริหารสถานการณ์ได้ โดยมีตัวอย่าง Dash Board ทั้งระหว่างการเกิดเหตุที่ต้องการความช่วยเหลือ และภายหลังจากได้รับการช่วยเหลือแล้ว ซึ่งสามารถปรับ Dash Board เป็นเฉพาะรายจังหวัดที่มีสถานการณ์ได้ และสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มแจ้งเหตุของภาคเอกชน ที่ประชาชนใช้ในระหว่างที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นได้ทันที   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ครบรอบ 24 ปี โดยมี นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ ณ ชั้น 12 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนระบบ e-Office ภายใต้ GDCC กับสถิติจังหวัดและโทรคมนาคมจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   สำหรับการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการใช้งานระบบ e-Office ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงานเอกสารและการสื่อสารภายในองค์กร ลดการใช้กระดาษ และสนับสนุนการทำงานของภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัล  

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิด "โครงการคัดตัวเตรียมทหาร" โดยมี นายภูษิต น้อยโสภากุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย ศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี ทหาร ตำรวจ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ รร.สุนีย์แกรนด์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี    สำหรับ "โครงการคัดตัวเตรียมทหาร" จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีสำหรับเยาวชนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีความสนใจและมุ่งมั่นจะศึกษาต่อในสายอาชีพทหารและตำรวจ ได้เข้ามาทดสอบความรู้และประเมินศักยภาพของตนเองผ่านกระบวนการทดสอบที่ได้มาตรฐาน กิจกรรมนี้จะช่วยให้เยาวชนสามารถค้นพบจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการเรียน การฝึกฝนร่างกาย และเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบแข่งขันในอนาคตได้อย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน   ในโอกาสนี้ รมช.ดีอี ได้กล่าวถึงการดำเนินโครงการ โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ให้กับเยาวชน และประชาชน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน ได้เรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียน การทำงาน และการใช้งานด้านต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกับการพัฒนาทักษะของตนเองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในอนาคต

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงานความร่วมมือกับ Google เปิดสิทธิ์ใช้งาน Gemini Enterprise จำนวน 500,000 สิทธิ์ ในโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โถงชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้จากการดำเนินโครงการฯ ใน 1 เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการประมาณ 1.57 ล้านคน และมีการใช้งานจริงประมาณกว่า 700,000 ราย โดยผู้เข้าเรียนบทเรียนและคลิปความรู้รวมกว่า 3 ล้านครั้ง พร้อมกันนี้จะมีการจัดสรรสิทธิ์การใช้งานในโครงการให้กับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขยายการเข้าถึงการเทคโนโลยี AI พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับประชาชนทั่วประเทศ

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT พร้อมด้วย กสทช. ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (MOC) อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์   ทั้งที่ประชุมได้หารือการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงวันที่ 10 -13 ตุลาคม ที่คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้มีการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันระบบสื่อสารหลัก เตรียมพร้อมระบบสื่อสารรองและระบบสื่อสารฉุกเฉิน ระบบโลจิสติกส์เพื่อเข้าถึงสถานีฐาน (Site) การประสานงานความร่วมมือระหว่าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยทหารในพื้นที่ การจัดระบบข้อมูลประสานงานแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับประชาชนในการติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ   นอกจากนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้ NT ประสานงานร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม สำรวจพื้นที่ตั้งสถานีฐาน และเสาสัญญาณ เพื่อการเข้าถึง และแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุวิกฤติ การจัดระบบข้อมูลแจ้งเหตุฉุกเฉิน



ศูนย์ AOC 1441 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ใกล้เกษียณ ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ เพิ่มความระมัดระวังภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ หลังพบความเสียหายในกลุ่มผู้สูงอายุอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะการหลอกลงทุนและการข่มขู่ให้โอนเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียเงินเก็บสะสมหรือเงินก้อนสำหรับใช้หลังเกษียณ   โดยศูนย์ AOC 1441 เผยข้อมูลการรับแจ้งความออนไลน์ระหว่าง 1 มกราคม–31 สิงหาคม 2569 พบว่าตลอดระยะเวลา 8 เดือน มีการรับแจ้งความจากประชาชนทุกช่วงอายุประมาณ 220,475 รายการ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 8,595 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นผู้เสียหายอายุ 60 ปีขึ้นไป 17,895 รายการ หรือประมาณ 8.07% ของรายการรับแจ้งทั้งหมด แต่กลับมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 3,152 ล้านบาท หรือ 28.55% ของความเสียหายรวม   ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ผู้สูงอายุมีสัดส่วนประมาณ 8 ใน 100 รายการ แต่มีมูลค่าความเสียหายคิดเป็นเกือบ 3 ใน 10 ของความเสียหายทั้งหมด เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้เวลาสร้างความเชื่อใจหรือสร้างความหวาดกลัว ก่อนโน้มน้าวให้เหยื่อทยอยโอนเงิน จนความเสียหายสะสมเป็นเงินจำนวนมาก   สำหรับ 4 กลโกงสำคัญที่พบในกลุ่มผู้สูงอายุ ประกอบด้วย    1. หลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ชักชวนเข้ากลุ่มลงทุน มี “โค้ช–อาจารย์–ผู้ช่วย” หรือสร้างเว็บไซต์และผลกำไรปลอม เริ่มจากเงินจำนวนน้อยก่อนชักจูงให้เพิ่มเงินลงทุน   2. ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้โอนเงิน แอบอ้างเป็นตำรวจ ธนาคาร ไปรษณีย์ ค่ายโทรศัพท์ หรือหน่วยงานรัฐ กล่าวหาว่าเหยื่อเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ฟอกเงิน ยาเสพติด พัสดุผิดกฎหมาย หรือหมายจับ ก่อนอ้างให้โอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบบัญชี” หรือ “พิสูจน์ความบริสุทธิ์”   3. หลอกทำงานหารายได้พิเศษ เช่น กดไลก์ รีวิวสินค้า หรือทำภารกิจออนไลน์ ช่วงแรกอาจจ่ายเงินจริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนเพิ่มมูลค่าภารกิจและบังคับให้สำรองเงินเพิ่มเพื่อถอนเงินคืน   4. หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์ เช่น เงินช่วยเหลือ เงินคืนค่าน้ำ–ค่าไฟ เงินประกัน เงินรางวัล ตลอดจนสิทธิบำเหน็จ–บำนาญ โดยใช้ชื่อหรือแอบอ้างหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ   AOC 1441 ขอเตือนเป็นพิเศษถึง ผู้สูงอายุ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และผู้ที่กำลังจะเกษียณ ซึ่งอาจได้รับเงินบำเหน็จ บำนาญ หรือเงินที่สะสมมาตลอดชีวิตช่วงการทำงาน ให้เพิ่มความระมัดระวัง หากมีบุคคลไม่รู้จักติดต่อมาอ้างเป็นตำรวจ ปปง. ธนาคาร ไปรษณีย์ ค่ายโทรศัพท์ หรือหน่วยงานรัฐ พร้อมกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ บัญชีม้า ฟอกเงิน ยาเสพติด พัสดุผิดกฎหมาย หมายจับ หรือซิมผิดกฎหมาย อย่ารีบเชื่อ อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว และอย่าโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ โดยเด็ดขาด   “เงินเก็บหลังเกษียณคือเงินที่สะสมมาทั้งชีวิต ก่อนเชื่อ–ก่อนโอน ต้องตรวจสอบให้แน่ใจ หากสงสัยให้ตัดสายและติดต่อหน่วยงานนั้นโดยตรงผ่านช่องทางทางการ และหากพลาดพลั้งถูกหลอกโอนเงินแล้ว ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน AOC 1441 เพื่อขอความช่วยเหลือและดำเนินการระงับบัญชีโดยเร็วที่สุด”   -----------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.