Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษในหัวข้อ “นโยบายความปลอดภัยออนไลน์ (Online Safety) และการจัดการระงับ หรือบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยออนไลน์ SID THAILAND: SAFER INTERNET DAY THAILAND 2025 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายด้านความปลอดภัยออนไลน์ และแนวทางการจัดการปัญหาที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ประชาชนสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย ณ ห้อง 701 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดีอี เร่งขับเคลื่อน e-Office จัดกิจกรรมชวน อปท. สมุทรสงคราม 37 แห่ง ทดสอบใช้ระบบ   10 กุมภาพันธ์ 2568  นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการอบรมการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ในส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 1 จังหวัดสมุทรสงคราม ภายใต้ “โครงการขับเคลื่อนการใช้งาน e-Document ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น76 จังหวัด” พร้อมด้วยนางสาวมนปภพ สงวนสัตย์ สถิติจังหวัดสมุทรสงคราม นายสาธิต ตั้งฐานันดร โทรคมนาคมจังหวัดสมุทรสงคราม นายพิเชษฐ์ สาตร์กลิ่น โทรคมนาคมจังหวัดสมุทรสาคร นางสาวนัทธมน ฉิมมี รักษาราชการแทนท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงคราม นายบุญฤทธิ์ อดิพัฒน์ ผู้อำนวยการกองงานดิจิทัลจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรม ริเวอร์ตัน ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม    สำหรับกิจกรรมการอบรมฯ ในครั้งนี้ เป็นการจัดอบรมให้แก่ อปท. ในจังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียงที่มีความสนใจ โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จำนวน 35 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1 แห่ง เข้าร่วมกิจกรรม รวมจำนวนกว่า 200 คน รวมถึงมีการจัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์สำหรับเจ้าหน้าที่ อปท. ที่มีความสนใจ    นอกจากนี้ ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารฯ ยังได้ร่วมประชุมหารือการขับเคลื่อนการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ในส่วนภูมิภาค ร่วมกับสถิติจังหวัดสมุทรสงคราม และโทรคมนาคมจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อติดตามสถานะการดําเนินงานการขับเคลื่อนระบบ e-Office รวมถึงหารือแนวทางการขับเคลื่อนระบบ e-Office ในจังหวัดสมุทรสงครามด้วย ทั้งนี้ กระทรวงฯ มีกำหนดจัดกิจกรรมฯ ครั้งที่ 2 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568   

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 3-9 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย   คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam)  มูลค่าความเสียหาย 3,561,505 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ใช้โพรไฟล์เป็นชายหนุ่ม หน้าตาดีทักมาทำความรู้จักผ่านทาง Messenger Facebook และได้เพิ่มเพื่อนทาง Line พูดคุยสนทนากันจนสนิทใจแต่ยังไม่เคยพบเจอกัน จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่าให้โอนเงินไปร่วม ลงทุนเทรดหุ้นเพื่อเป็นเงินในการสร้างอนาคตร่วมกัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ต่อมามิจฉาชีพแจ้งว่ากำลังป่วยต้องการเงินมารักษา จึงขอให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้อีกหลายครั้ง  ยอดเงินครั้งสุดท้ายเป็นเงินจำนวนสูงมากจนน่าสงสัย จึงขอพูดคุยผ่านวิดีโอคอล แต่อีกฝ่ายปฏิเสธและทำการบล็อกไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 5,700,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาลงทุนเทรดเงินดิจิทัลผ่านช่องทาง Tiktok ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนผ่านทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพให้ทำการกรอกข้อมูลส่วนตัวและติดตั้งแอปพลิเคชันที่ใช้ในการลงทุน โดยแจ้งว่าให้โอนเงินตามที่แนะนำเพื่อรับผลตอบแทนคืนกลับมาเร็ว หลังจากโอนเงินไปแล้วทำการเทรดอีกหลายครั้ง ช่วงแรกได้กำไรจากการเทรดและถอนได้จริง ต่อมา ผู้เสียหายต้องการถอนเงินแต่ไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าหากต้องการถอนเงินต้องโอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้บริการแอปพลิเคชันก่อนจึงสามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงิน ไป ภายหลังจากโอนเงินไปไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 คดีหลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน มูลค่าความเสียหาย 3,505,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นหลาน แจ้งให้เพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นแจ้งให้ลบเบอร์โทรศัพท์เเละ Line เก่าทิ้ง เนื่องจากทำโทรศัพท์สูญหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามที่มิจฉาชีพบอก ต่อมามิจฉาชีพแจ้งว่าขอยืมเงินเพื่อนำไปลงทุนเทรดหุ้น หากได้ผลตอบแทนกลับมาจะนำมาแบ่งปัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปหลายครั้ง ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้ จึงโทรศัพท์ติดต่อญาติที่อยู่กับหลานพบว่าโทรศัพท์ของหลานไม่ได้สูญหาย และไม่ได้ติดต่อมา ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 7,423,305 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line แล้วถูกดึงเข้าร่วม Group Line เพื่อลงขายสินค้าของตนเอง จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่าจะต้องโอนเงินเพื่อเป็นค่าสมัครใช้บริการก่อนจึงจะสามารถลงขายสินค้าได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป ในช่วงแรกสามารถขายสินค้าและได้รับเงินจริง ต่อมามีการให้เข้าร่วมกิจกรรมโดยให้โอนเงินลงทุนเพื่อซื้อสินค้าหลากหลายประเภท มิจฉาชีพแจ้งว่าให้โอนเงินซื้อสินค้าราคาสูงเพื่อจะได้รับค่าตอบแทนจำนวนมากและรวดเร็ว ภายหลังผู้เสียหายต้องการถอนเงินแต่ไม่สามารถติดต่อกับทางมิจฉาชีพได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 8,061,259 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แจ้งว่าผู้เสียหายเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลสินค้าจากทางบริษัท จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนทาง Line และส่งรางวัลสินค้าให้เลือก ต่อมาดึงเข้า Group Line เพื่อให้ยืนยันสิทธิ์และร่วมทำภารกิจกลุ่ม โดยให้กดติดตามเพจที่บริษัทกำหนด มีการให้โอนเงินเข้าไปในระบบก่อนและหากทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดจะได้รับเงินรางวัลจำนวนมาก พร้อมทั้งส่วนลดราคาสินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ผู้เสียหายจึงเพิ่มเงินลงทุนเข้าไปในระบบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้และไม่ได้รับรางวัลหรือส่วนลด ตนเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 28,251,069 บาท   ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้   1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,461,074 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,142 สาย   2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 517,954 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,224 บัญชี   3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 160,655 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.94 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 122,086 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.62 (3) หลอกลวงลงทุน 75,076 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.53 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 51,128 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 9.69 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 37,964 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.39 (และคดีอื่นๆ 71,045 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.83)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการต่างๆ หลอกลวงผู้เสียหาย ทั้งการหลอกให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หลอกให้ลงทุนซื้อสินค้า เพื่อหารายได้พิเศษ หรือหลอกลวงชวนเทรดหุ้น ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย คือ Facebook และส่วนใหญ่มีการให้เพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสมัครเข้าร่วมลงทุน และมีการใช้ข้ออ้างต่างๆ เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังพบเคสที่หลอกลวงว่าเป็นญาติผู้เสียหาย ยืมเงินเพื่อไปลงทุนแล้วอ้างให้ผลตอบแทน ทั้งนี้ขอย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบ และติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด รวมทั้งหากมีการอ้างว่าเป็นญาติ ควรตรวจสอบกับกับญาติหรือคนใกล้ชิดให้แน่ใจ ก่อนมีการโอนเงิน หรือทำธุรกรรมใดๆ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง     หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com     --------------------------------------------------------------------------------------  

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีเปิดงาน SID THAILAND: SAFER INTERNET DAY THAILAND 2025 วันส่งเสริมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ 2568 ร่วมเสริมสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน TOGETHER FOR A SAFER INTERNET โดยจัดให้มีเวทีกิจกรรมและนิทรรศการ การแสดงปฏิญญาเสริมสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคน ณ ลานกิจกรรม สยามสแควร์วัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ดีอี ร่วมให้ความคิดเห็นและเป็นวิทยากร เกี่ยวกับการจัดอันดับธุรกิจการเงินด้านความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค   วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมให้ความคิดเห็นและเป็นวิทยากรในการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) โครงการรายงานการจัดอับดับผู้ประกอบธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคสำหรับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (Commercial) และกลุ่มธุรกิจการเงินที่ปลอดสินเชื่อแก่ประชาชนแต่ไม่ได้รับเงินฝาก (Non-Bank Financial Institution) โดย สภาองค์กรของผู้บริโภค ณ ห้องรัชโยธิน โรงแรมเดอะบาร์ซาร์ โฮเทล กรุงเทพฯ   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  #กระทรวงดีอี #ดีอี

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนาสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์ภาครัฐ และเอกชน ในหัวข้อ “Cyber Safe : สร้างชีวิตดิจิทัลอย่างมั่นใจด้วยเกราะป้องกันภัยทางไซเบอร์ ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ การช่วยเหลือประชาชนด้านคดีและภัยออนไลน์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ณ ห้อง BB 201 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

ดีอี ร่วมประชุม SAIA ณ ประเทศฝรั่งเศส วันที่ 2 หารือ ยูเนสโก แลกเปลี่ยนนโยบายดิจิทัลร่วมกัน    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานภายใต้การประชุม Summit for Action on Artificial Intelligence (SAIA) ระหว่างวันที่ 9 - 11 กุมภาพันธ์ 2568 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส    ทั้งนี้ภายในการประชุมได้มีการจัดอภิปรายในรูปแบบโต๊ะกลม และการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้แทนจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย 5 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ (1) AI เพื่อประโยชน์สาธารณะ (Public Interest AI) (2) อนาคตของการทำงานในยุคดิจิทัล (Future of Work) (3) นวัตกรรมและวัฒนธรรมในยุคดิจิทัล (Innovation and Culture) (4) การสร้างความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI (Trust in AI) และ (5) การกำกับดูแล AI ในระดับโลก (Global AI Governance) โดยการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือและเสริมสร้างบทบาทดิจิทัลของประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ   นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และผู้แทนถาวรไทยประจำยูเนสโก รวมทั้ง ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ยังได้เข้าร่วมการหารือกับ Mr.Tawfik Jelassi ผู้ช่วยอำนวยการใหญ่ด้านการสื่อสารและสารสนเทศแห่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการดำเนินงานเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัล และโครงการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน AI และการกำกับดูแล แพลตฟอร์ม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างยั่งยืน

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ หรือศูนย์ AOC 1441 ร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนาระดับชาติ เรื่อง “Pause and Think : Make every click count” “หยุดสักนิด คิดก่อนคลิก” ในงานวันส่งเสริมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ ปี 2568 “SID THAILAND 2025” ร่วมเสริมสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน Together for a Safer Internet ณ ห้อง 801 ชั้น 8 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (จามจุรี 10) กรุงเทพฯ   การเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย (Thailand Safe Internet Coalition) เพื่อเสริมสร้างความตระหนักสาธารณะ เรื่องภัยและการป้องกันภัยออนไลน์ โดยเน้นย้ำถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเด็ก เยาวชน ประชาชน ต้องเผชิญในยุคดิจิทัล และความรับผิดชอบร่วมกันในการลดหรือป้องกันภัย



วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 73 รูป และพิธีเวียนเทียนรอบมณฑป ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในวันมาฆบูชา ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สำหรับ พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลได้อัญเชิญมาประดิษฐานในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ถือเป็นมงคลยิ่ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในปี 2568

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส เข้าร่วมการประชุม Summit for Action on Artificial Intelligence (SAIA) แบบเต็มคณะ ณ Grand Palais กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ที่มี นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีประเทศอินเดียกล่าวเปิดการประชุม สำหรับการประชุมฯ ในวันนี้ มีผู้นำระดับประเทศทั่วโลกเข้าร่วม อาทิ นายเจมส์ เดวิด แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ฯลฯ องค์กรระหว่างประเทศ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมแลกเปลี่ยนการดำเนินงานและการขับเคลื่อน AI ทั่วโลก โดยมีเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมฯ คือ ถ้อยแถลงว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่ครอบคลุมและยั่งยืนเพื่อประชาชนและโลก (Statement on Inclusive and Sustainable Artificial Intelligence for People and the Planet) ซึ่งระบุถึงความสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล การส่งเสริมความยั่งยืน และการปกป้องสิทธิมนุษย์ชนผ่าน AI ที่น่าเชื่อถือ โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมทั้งผลักดันความร่วมมือระดับโลกในด้านการกำกับดูแล AI อย่างยั่งยืนและครอบคลุมทุกภาคส่วน

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และคณะฯ เข้าพบหารือกับ Ms. Gabriela Ramos ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์แห่งยูเนสโก (Assistant Director-General for the Social and Human Sciences of UNESCO) ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยทั้ง 2 ฝ่ายมีการหารือเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพร่วมการประชุม Global Forum on the Ethics of AI ครั้งที่ 3 เดือนมิถุนายน 2568 ณ กรุงเทพฯ และการนำเอากระบวนการประเมินความพร้อมด้านจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (UNESCO Readiness Assessment Methodology: UNESCO RAM) มาใช้ในประเทศไทย ตลอดจนความร่วมมือระดับโลกในด้านจริยธรรมของ AI นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะ ยังได้เข้าร่วมงาน UNESCO AI Readiness Assessment in Action ณ สำนักงานใหญ่ยูเนสโก เพื่อหารือในระดับสูงภายใต้หัวข้อ Preparing AI for the World – Preparing the World for AI พร้อมกับร่วมการเสวนากับรัฐมนตรีและผู้แทนจากประเทศต่างๆ โดยเน้นย้ำถึงโอกาส และความท้าทายของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการดำเนินการที่สำคัญของประเทศไทยในการรองรับ AI เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาและการใช้งาน AI เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ และถูกนำไปใช้ในทางที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ปลัดกระทรวงดีอี ยังได้กล่าวเชิญชวนประเทศต่างๆให้มาเข้าร่วมการประชุม Global Forum on the Ethics of AI ครั้งที่ 3 ในช่วงเดือนมิถุนายน 2568 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งประเทศไทยร่วมกับ UNESCO เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ในเวทีโลก



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.