Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ DLT License ใบขับขี่เร่งด่วน” รองลงมาคือเรื่อง “ก.ล.ต. เปิดแพลตฟอร์มลงทุนใหม่ ให้บริการนักลงทุนแบบครบวงจร” โดยขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 984,991 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 900 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 886 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 7 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 199 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 74 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ DLT License ใบขับขี่เร่งด่วน อันดับที่ 2 : เรื่อง ก.ล.ต. เปิดแพลตฟอร์มลงทุนใหม่ ให้บริการนักลงทุนแบบครบวงจร อันดับที่ 3 : เรื่อง ทำใบขับขี่ผ่านระบบออนไลน์ ไม่ต้องเสียเวลาไปทำเอง เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ทุกขั้นตอน อันดับที่ 4 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ ถูกกฎหมาย ได้ใน 2 วัน ไม่ต้องไปสอบที่ขนส่ง อันดับที่ 5 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชน ในตลาด SET50 ผ่านเพจ Gold trading Exchang อันดับที่ 6 : เรื่อง ปปง. เปิดให้เหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ลงทะเบียนรับเงินคืน ผ่านเพจ Crime Victims Dissemination Center อันดับที่ 7 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดขายหุ้นทองคำ SET50 ผ่านเพจ White Ɠòld Ɓullion Pure อันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. คืนเงินให้ผู้เสียหายลงทะเบียน ผ่านบัญชีติ๊กต็อก tiktok.tv137 อันดับที่ 9 : เรื่อง ระบบเทรดหุ้น HOTKEYFx มี IC License ขั้นสูง รับรองโดย ก.ล.ต. อันดับที่ 10 : เรื่อง SET เปิดคอร์สเรียนฟรี ผ่านเพจ ข่าวสารการเรียนรู้ เทรดหุ้นเป็นใน 23 วัน รับใบเซอร์หลังจบหลักสูตร “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการให้บริการของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะการหลอกลวงทำใบขับขี่ผ่านออนไลน์ ชักชวนลงทุนหุ้นในหน่วยงานและองค์กรที่น่าเชื่อถือ การคืนเงินจากมิจฉาชีพให้กับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทั้งยังอาจสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นางสาวสุชาดา กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ DLT License ใบขับขี่เร่งด่วน” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งเพจดังกล่าวถูกแอบอ้างโดยมิจฉาชีพหลอกให้ทำใบขับขี่ออนไลน์ ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบก ขอย้ำอีกครั้งว่า  การทำใบขับขี่ทุกประเภทต้องดำเนินการด้วยตนเองที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น และอย่าให้ข้อมูลบัตรประชาชนหรือเอกสารสำคัญกับบุคคลอื่น เพราะเสี่ยงถูกนำข้อมูลไปใช้ก่อคดีต่าง ๆ หรือใช้แอบอ้างทำธุรกรรมผิดกฎหมายได้ หากผู้ใดพบเห็นการกระทำในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดมายังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือ โทรสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีหน่วยงาน ทั้งบริษัท และสถาบันการเงิน ออกมาแจ้งเตือนพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มีการส่ง e-mail ปลอม ไปยังประชาชน โดยอ้างตัวเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ หลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น กระทรวงดีอี ถือเป็นปัญหาสำคัญ และไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เตรียมประชุมหารือมาตรการป้องกันและปราบปรามการก่อเหตุดังกล่าวของสแกมเมอร์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สมาคมผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เบื้องต้นได้มอบหมายให้ สํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA  พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชน หากได้รับข้อความจาก e-mail ที่ระบุถึงการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ขอให้ตรวจสอกับหน่วยงานนั้นๆ ก่อน หรือตรวจสอบไปยัง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เว็บไซต์ www.set.or.th หรือโทรศัพท์ 02-009-9999 ก่อนกระทำการใดๆ โดยอย่าหลงเชื่อและอย่ากดลิงก์รับสิทธิใดๆ ทั้งสิ้น เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ -------------------------------------------------------

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการดำเนินการและมาตรการในการป้องกันปราบปราม การใช้ e-mail ปลอมแอบอ้างหน่วยงานเพื่อหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้แทนหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4/2568 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องกำปั่นทอง อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการป้องกันและปราบปราม การใช้ e-mail แอบอ้างหน่วยงานเพื่อหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายไชยชนก กล่าวว่า กรณีที่แฮกเกอร์ ใช้ข้อมูล Username สำหรับเข้าระบบ taximail ในนาม 4 บริษัท เพื่อนำไปใช้ในการส่งข้อความ Mass e-mail หรือการส่งอีเมลข่าวสาร โปรโมชัน แนบลิงก์หลอกลวงจำนวนมากไปยังประชาชน แต่ไม่ใช่การแฮกระบบของทั้ง 4 บริษัทตามที่เป็นข่าว รวมทั้งไม่มีการแฮกข้อมูลขอประชาชน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าช่องทางการแฮกข้อมูลนั้น เกิดจากช่องว่างของกระบวนการยืนยันตัวตนแบบ Two-Factor Authentication (2FA) ผ่าน e-mail ซึ่งกำหนดอายุการใช้งานของรหัส OTP นานเกินไป ( 24 ชั่วโมง) และ รหัส OTP เป็นรหัสตัวเลข 6 หลักซึ่งทำให้สามารถนำไปใช้ในการโจมตีรูปแบบ brute-force (การสุ่มรหัสผ่าน) ได้ สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ สํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้ดำเนินการบล็อกข้อความลิงก์จำนวนประมาณ 100 ลิงก์ที่ถูกใช้สลับในการหลอกลวงทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เรียกบริษัทผู้ใช้บริการซึ่งถูกแฮกข้อมูลอีเมลทางการร่วมหารือ เพื่อพิจารณาว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลหรือไม่ มอบหมายให้ สกมช.ร่วมกับ taximail ตรวจสอบระบบข้อมูลกลาง เพื่อเฝ้าระวังการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA แจ้งผู้ให้บริการ Mass email ในประเทศไทย เฝ้าระวังและยกระดับการรักษาความปลอดภัย และดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งให้มีการรวบรวมข้อมูลหลักฐานประกอบ เพื่อส่งให้กับสำนักงานตำรวจแห่งาติ (ตร.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ตนได้มอบหมายให้หน่วยงานฯ ดำเนินการตรวจสอบ ผลกระทบที่มีต่อประชาชน ซึ่งพบว่ามีการกดลิงก์ จำนวน 3,000 e-mail และพบความเสียหายจำนวน 1 ราย โดยให้จัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือเยียวยา “อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้มีการกำหนดมาตรการ การปรับวิธีการส่ง e-mail แนบลิงก์ ของหน่วยงานราชการ และหน่วยงานอื่นๆ โดยเฉพาะการขอข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำธุรกรรม ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการพิจารณาต่อไป พร้อมกันนี้ขอให้ผู้ให้บริการ รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ จะต้องยกระดับมาตรฐานมากยิ่งขึ้น โดยจะต้องเป็นมาตรการป้องกันที่อำนวยความสะดวก และมีระบบการรักษาความปลอดภัย ควบคู่กันไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน” นายไชยชนก กล่าว -------------------------------------------------------

วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี รับยื่นหนังสือจาก นายจิรภัทร โสภาลัย ผู้แทนกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน กว่า 30-40 ราย ในประเด็นผลกระทบจากกฎกระทรวงว่าด้วยการจดทะเบียน รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ ทำเนียบรัฐบาล  

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมประชุมหารือการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ซึ่ง คพ. มีความสนใจและคาดว่าจะเปิดใช้งานระบบฯ ในวันที่ 15 มกราคม 2569 โดย ดีอี พร้อมให้การสนับสนุนการใช้งานระบบฯ เพื่อเป็นไปตามเป้าหมาย 2 ล้าน User ในปีนี้ ตามมติคณะกรรมการ ดีอี และเป็นการขับเคลื่อนนโยบายเร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (e-Government) ของรัฐบาลต่อไป  

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) รับหนังสือจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กรณี ตำรวจยศ พ.ต.อ.อ้างคำสั่งดีอี รีดเงินเจ้าของเว็บ โดยอายัดบัญชี และเรียกตบทรัพย์ พร้อมเปิดเผยรายชื่อเว็บพนันออนไลน์ ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568  นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รับหนังสือร้องเรียนจาก กลุ่มตัวแทนไรเดอร์ในหลายแพลตฟอร์ม เพื่อขอให้เร่งหาทางบรรเทาผลกระทบจากประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เรื่องการดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะตามมาตรา 18 (3) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 และ พ.ศ. 2568 รวมถึงประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดลักษณะและเงื่อนไขของรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.17) และประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (รย.18) ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคง และสร้างภาระแก่ไรเดอร์และไดรเวอร์ทั่วประเทศ   นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญ และไม่นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของประชาชน โดยกรณีนี้เป็นความเดือดร้อนของผู้ประกอบการอาชีพ ไรเดอร์ และ ไดร์เวอร์ โดยพร้อมจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาผ่านมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือในทุกมิติ   ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้ ETDA บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ บริษัทประกัน บริษัทไฟแนนซ์ ฯลฯ เพื่อดำเนินการประชุมหารืออย่างเร่งด่วนที่สุด ในการหาทางออกและกำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวที่จะดำเนินการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยลดภาระ และเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์อย่างยั่งยืน   “วันนี้ผมรับเรื่องไว้ด้วยความเข้าใจ และขอยืนยันว่าจะใช้กลไกทางดิจิทัลทุกทางที่มีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องไรเดอร์ให้เร็วที่สุด โดยสิ่งที่เรากำลังทำไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการสร้างระบบสนับสนุนระยะยาว ให้ไรเดอร์ทำงานได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะพวกเขาถือเป็นฟันเฟือนอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย” นายไชยชนก กล่าว    สำหรับรายละเอียดข้อร้องเรียนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่กระทรวงคมนาคม และ ETDA ได้ประกาศให้ผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการจดทะเบียนเป็นรถยนต์สาธารณะ (รย.17 หรือ รย.18) และมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สาธารณะภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ทำให้คนขับได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการไม่อนุญาตให้ใช้รถส่วนบุคคล ค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยน สัญญาเช่าซื้อ และการทำประกันภัยที่สูงเกินรายได้ของคนขับ ความล่าช้าในการดำเนินการเรื่องเอกสาร รวมไปถึงการถูกจับกุมในช่วงที่ยังมีการแก้ไขกฎหมายอยู่ ดังนั้นเพื่อช่วยเหลือคนขับที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ทางตัวแทนโดยกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปฯ จึงได้นำเสนอแนวทางแก้ไข ดังต่อไปนี้ 1. ปรับกระบวนการส่งเอกสารให้สามารถดำเนินการผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้ 2. สามารถใช้สำเนาเล่มรถในการจดทะเบียนสำหรับรถติดไฟแนนซ์ 3. ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทลีสซิ่ง 4. ปรับเปลี่ยนข้อกำหนดสำหรับรถติดไฟแนนซ์ให้สามารถใช้ประกันภัยสำหรับรถสาธารณะขั้นพื้นฐานได้ไม่จำเป็นต้องเป็นประกันชั้นหนึ่งเท่านั้น 5. แก้ปัญหาภูมิลำเนาของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะที่ต้องให้คณะกรรมการประจำจังหวัดหรือพื้นที่นั้นๆ รับรอง ทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ 6. ปรับข้อกำหนดเรื่องขนาดความจุเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันที่รถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่มีขนาดเกินจาก 125 cc ตามกฎหมายกำหนด 7. ปรับข้อกำหนดให้สามารถใช้รถเช่ามาให้บริการผ่านแอปพลิเคชันได้ 8. ขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้คนขับจำนวนมากยังสามารถหาเลี้ยงชีพได้ในขณะที่ดำเนินการจดทะเบียน   --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือชี้แจงข้อเท็จจริง ในกรณีที่แฮกเกอร์ ใช้ข้อมูล Username สำหรับเข้าระบบ taximail ในนาม 4 บริษัท เพื่อนำไปใช้ในการส่งข้อความ Mass e-mail หรือการส่งอีเมลข่าวสาร โปรโมชัน แนบลิงก์หลอกลวงจำนวนมากไปยังประชาชน โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนมีการดำเนินการตามมาตรการต่อไป โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง 701 ชั้น 7 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ปราบปรามฯ มาตรา 13 โดยมีนายเพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พร้อมด้วยตัวแทนสำนักงาน กสทช. สมาคมโทรคมนาคมฯ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือกับสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย โดยมี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีและโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง 1101 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และโฆษกกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ให้ความสำคัญ เอาจริงเอาจังกับเรื่องการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ที่รัฐบาลได้กำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” และได้สั่งการอย่างเด็ดขาด หากพบบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต เรียกรับเงิน หรือกระทำความผิดร่วมกับสแกมเมอร์ เว็บพนันออนไลน์ ให้ดำเนินการเอาผิดอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม    ทั้งนี้ตามที่กระทรวงดีอี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายรายว่ามีบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นทีมปฏิบัติการพิเศษกระทรวงดีอี ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบนั้น จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าวได้พ้นจากตำแหน่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฯ ไปตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2568    พร้อมกันนี้ นายไชยชนก ได้มีคำสั่งยกเลิก และระงับการปฏิบัติการของชุดปฏิบัติการทั้งหมดในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 ขณะเดียวกันได้สั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีบุคคลจำนวน 2 ราย กระทำการทุจริต โดยรายแรกเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้ดำเนินการส่งเรื่องให้กับหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว    ในส่วนรายที่ 2 เป็นประชาชนทั่วไป แต่ได้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ กระทรวงดีอีได้แจ้งความให้ดำเนินคดีแล้ว เนื่องจากมีการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ (หมายเรียกตัว) โดยขอย้ำว่ากระทรวงฯ ไม่มีการจัดทำเอกสารที่มีการแอบอ้างถึงแต่อย่างใด โดยเอกสารหมายเรียกโดยปกติจะต้องออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายเท่านั้น    นอกจากนี้คณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กำลังดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก ทั้งในเรื่องบุคคลที่มีส่วนทุจริต และบุคคลที่ใช้คำสั่งกระทรวงฯ ไปในทางที่ผิด   ในส่วนของการดำเนินการขอคำสั่งศาลเพื่อปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 ตุลาคม 2568 มีการดำเนินการปิดกั้น โซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์จำนวนรวม 22,416 URL ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 3 – 5 พฤศจิกายน ระยะเวลา 3 วัน ปิดกั้น URLs ได้เพิ่มขึ้นอีก 15,978 URLs รวมดำเนินการปิดกั้นไปแล้ว 38,394 URLs ซึ่งกระทรวงดีอีจะเร่งรัดดำเนินการปิดกั้นอย่างต่อเนื่อง   ด้านการดำเนินการปิดกั้นสัญญาณโทรศัพท์มือถือ - อินเทอร์เน็ต ในแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านนั้น กระทรวงดีอี ได้บูรณาการทำงานร่วมกับ กสทช. โอเปอเรเตอร์ และ ตร. ดำเนินการจัดการอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของเสาสัญญาณที่ผิดกฎหมายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ตามแนวชายแดน ซึ่งได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กระทรวงฯ จะเร่งรัดดำเนินการร่วมกับ กสทช. ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ฯลฯ บูรณาการข้อมูลเพื่อตรวจสอบต่อไป   --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือ (กลุ่มย่อย) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ปราบปรามฯ มาตรา 13 ร่วมกับ Platform ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน และปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีด้านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และพล.ต.ต.ชวนนท์ ประเทศรัตน์ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมประชุมหารือ พร้อมแนะนำสาธิตการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พญาไท กรุงเทพฯ  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.