Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 27 เมษายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี นางสาวธัญลักษณ์ มณีวัฒนา สถิติจังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ร่วมหารือกับ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ในที่ประชุม PCIO จังหวัดฯ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อผลักดันจังหวัดนนทบุรีให้มีการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) อย่างเต็มรูปแบบต่อไป ณ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี   ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ประกาศเจตนารมณ์ในที่ประชุม เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานด้านเอกสารจากกระดาษไปสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ รองรับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลที่จะให้หน่วยงานราชการประหยัดพลังงานโดยการ Work From Home (WFH) โดยพร้อมให้หน่วยงานราชการได้อบรมการใช้งานระบบจากกระทรวงดีอี เพื่อการปรับเปลี่ยนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ภายในจังหวัดนนทบุรี


วันที่ 27 เมษายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อรับทราบนโยบายการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) ตำแหน่งเลขที่ ๔ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน   ทั้งนี้ ในวันที่ 26 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,234 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,103 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,098 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 28 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่   อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ผู้ป่วยติดเตียงสามารถยื่นขอรับสิทธิ์ยกเว้นการงดจ่ายไฟ ได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ   อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง งดการดื่มน้ำและอาหาร ก่อนการเจาะเลือด   อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง พบปลามีตุ่มเต็มตัว คล้ายได้รับสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อนในแม่น้ำโขง   อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาทวงคืน 37 จังหวัดของไทย เพราะเคยอยู่ใต้การปกครองของกัมพูชา   อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ต่างชาติซื้อบ้านหรู จ.ภูเก็ต อ้างเสียภาษี 0% อยู่ไทยได้ยาวไม่จำกัด   อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง รฟท. เปิดให้บริการรถไฟปรับอากาศ KIHA 40 และ KIHA 48   อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง พบชาวกัมพูชาเดินทางข้ามแดนเข้าไทย ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ได้โดยง่าย   สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ผู้ป่วยติดเตียงสามารถยื่นขอรับสิทธิ์ยกเว้นการงดจ่ายไฟ ได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA กระทรวงมหาดไทย ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยที่ต้องพึ่งพาเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งใช้ไฟฟ้าในการรักษาพยาบาลต้องการใช้สิทธิ์ยกเว้นการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย    ทั้งนี้สามารถติดต่อลงทะเบียนได้ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ และต้องยื่นเอกสารเพื่อรักษาสิทธิ์อย่างต่อเนื่องภายในวันที่ 31 มกราคมของทุกปี กรณียกเลิกการใช้เครื่องมือทางการแพทย์แล้ว ต้องแจ้งยกเลิกกับ PEA ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดความจำเป็น โดย กฟภ. มีหลักเกณฑ์ และสามารถยกเลิกสิทธิได้ ในกรณีดังนี้ - ค้างชำระค่าไฟฟ้ารวมกัน 3 เดือน - ตรวจพบการกระทำโดยมิชอบ/การละเมิดการใช้ไฟฟ้า - แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ - ตรวจพบผู้ป่วยยกเลิกการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ แต่ไม่มีการแจ้งยกเลิกกับ PEA   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   --------------------------------------------------------------

วันที่ 28 เมษายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568 หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แก่คณะรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ผู้ทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศชาติ รวม 59 ราย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 28 เมษายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือแนวทางการพัฒนาการบริหารงานสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) หรือ DGA โดยมี นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 302 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล


วันที่ 29 เมษายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากฎหมายภายในประเทศเพื่อรองรับพันธกรณีตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ (United Nations Convention against Cybercrime) ครั้งที่ 3/2569 โดยมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/10 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ VDO Conference

วันที่ 29 เมษายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมหารือกับ นายสยาม ช้างเนียม ผู้ช่วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เพื่อนําเสนอแนวทาง การเตรียมความพร้อมการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ณ ห้องประชุมชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ระบบ e-Office เป็นรูปแบบซอฟต์แวร์บริการ (SaaS) บน GDCC เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐทั่วประเทศใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รองรับการทำงานเอกสารแบบไร้กระดาษและ Work From Anywhere สามารถเสนอ-ลงนามเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลา สอดคล้องกับนโยบาย Work From Home พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการบริการประชาชน



วันที่ 29 เมษายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวมาตรการควบคุมดูแลแพลตฟอร์มผู้ให้บริการไรเดอร์ หลังเกิดเหตุประสงค์ร้ายต่อผู้ใช้บริการ ร่วมด้วย ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พล.ต.ต. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) และพ.ต.อ.คงศักดิ์ ปานน้อย ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลหนองแขม (ผกก.สน.หนองแขม) และณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป โบลท์ ประเทศไทย   นายพชร กล่าวว่า ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินมาตรการควบคุมดูแลแพลตฟอร์มให้บริการรถสาธารณะ พร้อมติดตามผลการดำเนินการต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเยาวชนผู้ใช้บริการ โดยการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น หากแพลตฟอร์มดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงดีอี ETDA และกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมได้กำหนดไว้ให้ผู้ที่จะให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารในแพลตฟอร์มบริการขนส่งสาธารณะ จะต้องขึ้นทะเบียนรถยนต์ -จักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17/ร.ย.18) และผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ ซึ่งได้ขยายเวลาให้มีการลงทะเบียนจนถึง 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ดังนั้นต่อจากนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก   “กระทรวงดีอี ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย ให้มีการลงโทษแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำความผิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันอาจจะต้องมีการแก้ไขเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของแพลตฟอร์มที่ไม่มีระบบบริหารจัดการความเสี่ยง การดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ ตามที่กระทรวงดีอี และกระทรวงคมนาคมกำหนด ซึ่งอาจมีการบังคับใช้กฎหมายทั้งทางแพ่ง และอาญา เพื่อควบคุมแพลตฟอร์มที่ไม่ดำเนินการ โดยระงับ หรือยกเลิกการให้บริการของแพลตฟอร์ม พร้อมทั้งอาจมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในมาตรา 20 ปิดกั้นแพลตฟอร์มนั้น” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว   ด้าน ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริการ Ride Sharing สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการ “ยกระดับความเข้มข้นของการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ที่ผ่านมา ETDA ได้มีการ         ดำเนินงานแบบคู่ขนาน ทั้งการดำเนินงานตามกฎหมายอย่างจริงจัง รวมไปถึงการหารือร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง   ในส่วนของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Ride Sharing ได้มีการหารือเพื่อกำชับถึงการดำเนินงานและการให้บริการให้สอดคล้องกับ “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ หรือ ประกาศ Ride Sharing Platform” ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569   ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า บางแพลตฟอร์มยังมีมาตรการตรวจสอบที่ “ไม่เข้มข้นเพียงพอ” โดยเฉพาะในเรื่องการยืนยันตัวตนของผู้ขับ ETDA จึงได้สั่งการให้แพลตฟอร์มดิจิทัลในฐานะผู้ให้บริการ เร่งยกระดับกระบวนการดังกล่าวให้รัดกุมมากขึ้น เช่น การยืนยันตัวตนผู้ขับให้เป็นบุคคลเดียวกับที่ลงทะเบียนในทุกครั้งที่ให้บริการ เพื่อป้องกันการสวมรอยบัญชีผู้ขับ และการใช้รถผิดประเภท หรือต้องเป็นรถและผู้ขับที่จด รย.17 รย.18 ตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก ซึ่ง ETDA พบว่ามีจำนวนไรเดอร์ในระบบของแพลตฟอร์มต่างๆ กว่า 100,000 บัญชี   สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ETDA ได้มีหนังสือเรียกให้ผู้ให้บริการ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมให้เร่งมาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การระงับบัญชีผู้ขับที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และการแจ้งเตือนไปยังแพลตฟอร์มอื่นเพื่อตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ผู้ขับรายดังกล่าวไปให้บริการในระบบอื่น รวมถึงให้เร่งปรับปรุงระบบการคัดกรองและยืนยันตัวตนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ประกาศ Ride Sharing Platform กำหนด โดยหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า แพลตฟอร์มไม่ปฏิบัติตามประกาศ เช่น ปล่อยให้มีผู้ขับที่ใช้รถผิดประเภท ไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด อาจนำไปสู่การออกคำสั่ง “ห้ามประกอบธุรกิจ” และหากไม่แก้ไขภายใน 90 วัน อาจถูก “ถอนการรับแจ้ง” และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายหากยังคงให้บริการต่อไป   ขณะที่ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้น ขบ. ได้ดำเนินการแจ้งความเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่า ผู้ให้บริการไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการอย่างเข้มข้นซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ขบ. และกระทรวงดีอี กำหนด   ในส่วนของการต่ออายุใบรับรองการให้บริการรถสาธารณะ ของแพลตฟอร์มต่างๆนั้น ขบ.จะพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยหากแพลตฟอร์มใดยังไม่ปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการ อาจมีผลต่อการต่ออายุใบรับรองฯ     สำหรับความเคลื่อนไหวของการจดทะเบียนรถให้บริการสาธารณะนั้น พบว่าตั้งแต่เดือน ม.ค.69 – ปัจจุบัน ขบ.รับจดทะเบียนแล้วประมาณ 2,000 คัน โดยทั้งระบบมีรถให้บริการสาธารณะที่จดทะเบียนถูกต้องประมาณ 19,000 คัน จากผู้ที่แสดงความประสงค์ขอจดทะเบียน 39,000 ราย   -------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.