Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 19 - 25 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย    คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,889,061 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาบัตรส่วนลดค่าอาหารเเละเครื่องดื่มร้านอาหารผ่านช่องทาง Line ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องสมัครสมาชิกและร่วมกิจกรรมก่อน แจ้งว่าหลังสมัครสมาชิกผู้เสียหายจะได้ค่าตอบแทนคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินค่าสมัครสมาชิกและร่วมกิจกรรม ช่วงแรกได้รับเงินคืนจริง ภายหลังให้โอนเงินเพิ่มขึ้นแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 4,021,623 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่าผู้เสียหายได้มีการเปิดบัญชีผิดปกติ จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนทาง Line กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับคดี มิจฉาชีพแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ต้องโอนเงินไปตรวจสอบเส้นทางการเงินหากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดตามกฎหมาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ภายหลังการโอนเงินไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,423,145 บาท โดยผู้เสียหายพบเห็นการรับแจ้งความออนไลน์ของตำรวจไซเบอร์ผ่านช่องทาง Facebook จึงติดต่อแจ้งความผ่าน Messenger Facebook มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องโอนเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการ หลังจากโอนเงินไป มิจฉาชีพอ้างว่าต้องโอนเงินเพิ่มขึ้นเพราะยอดเงินที่เสียหายมีมูลค่าสูงและมีค่าใช้จ่ายต่างๆให้โอนเพิ่ม ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังไม่ได้รับเงินคืนและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 3,598,831 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายพบโฆษณาทำงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Instagram เป็นการแพ็คสินค้า ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่ปรากฎในช่องความคิดเห็นเพื่อสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแจ้งว่าช่วงแรกให้ทดลองงานโดยการโอนเงินเข้าระบบและกดถูกใจสินค้า จากนั้นได้ค่าตอบแทนกลับมา ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้นเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่าทำรายการผิดพลาด ต้องโอนเงินไปเพิ่มให้เท่ากับวงเงินที่มีในระบบ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 1,714,800 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเทรดหุ้นผ่านช่องทาง Tiktok ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อพูดคุยสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแจ้งว่าให้โอนเงินเพื่อลงทุนเทรดหุ้น ในครั้งแรกสามารถถอนเงินได้ จากนั้นให้โอนเงินยอดสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีกิจกรรมพิเศษให้เข้าร่วมอยู่เสมอ เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินไม่สามารถถอนได้ ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 12,647,460 บาท    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้  1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,744,675 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,061 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 671,159 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,271 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 213,346 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.79 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 156,845 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.37 (3) หลอกลวงลงทุน 95,581 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.24 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 86,512 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 12.89 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 48,153 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.17 (และคดีอื่นๆ 70,722 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.54)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยใช้กลอุบายข่มขู่ผู้เสียหาย โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ธ.กรุงไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลวงว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ขณะเดียวกันมิจฉาชีพยังมีการหลอกลวงให้รับรางวัล หรือการหารายได้พิเศษ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง      หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)  | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com    --------------------------------------------------------------------------------------



วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแถลงวิสัยทัศน์ และเปิดงาน BDI Day 2025: Next Move for Big Data and AI ก้าวต่อไปของ Big Data และ AI เพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในโอกาส BDI ครบรอบ 2 ปี มุ่งเดินหน้า 3 แกนหลัก ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย Big Data & AI สู่ระบบใหม่ภาครัฐ หนุน “สร้างนโยบาย สร้างบริการ สร้างความเปลี่ยนแปลง” โดยมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อํานวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องอีเทอร์นิตี้ บอลรูม โรงแรมพลูแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ   สำหรับงาน “BDI Day 2025” จัดขึ้นเพื่อแถลงวิสัยทัศน์และทิศทางใหม่ของการขับเคลื่อนประเทศด้วย Big Data และ AI ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (ดีทู), ThaiLLM โครงสร้างพื้นฐาน AI ภาษาไทยแบบโอเพนซอร์ส และการพัฒนากําลังคนด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พลิกโฉมหน่วยงานรัฐสู่ระบบที่ใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างผลลัพธ์ได้จริง เพื่อยกระดับประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่การเป็น Data-Driven Nation อย่างครอบคลุมทุกมิติ


วันนี้ (27 พฤษภาคม 2568) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE)  เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง (DE-FENCE)    โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาความคืบหน้าการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง (DE-fence) ในเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์










icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.