Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยมีนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ที่ทำการ NT ปัตตานี จ.ปัตตานี . นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนใต้มีลักษณะเฉพาะทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารจึงต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ ทั้งในแง่ความครอบคลุมของสัญญาณ ความเสถียรของระบบ และความสามารถในการเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามความพร้อมของ NT ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโครงข่ายโทรคมนาคมของรัฐ ให้สามารถขยายและดูแลรักษาโครงข่ายในพื้นที่ปัตตานีได้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ . ทั้งนี้ NT มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของภาครัฐที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่ที่ผู้ให้บริการเอกชนอาจมีข้อจำกัดในการลงทุนขยายโครงข่าย จุดแข็งนี้ทำให้ NT สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงพื้นที่ชายแดนใต้เข้ากับบริการภาครัฐและเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านการดำเนินงานภายใต้กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) ที่มุ่งขยายโครงข่ายสู่พื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ที่มีความจำเป็นเฉพาะ . สำหรับบริการของ NT ในพื้นที่ปัตตานีที่คณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ครอบคลุมทั้งโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงประจำที่ (Fixed Broadband) ที่เชื่อมต่อถึงระดับตำบลและหมู่บ้าน บริการ WiFi สาธารณะในจุดชุมชนและสถานที่ราชการ ระบบสื่อสารเพื่อความมั่นคงและการแจ้งเตือนภัยที่ต้องอาศัยความเสถียรสูง รวมถึงบริการโทรคมนาคมสำหรับหน่วยงานราชการและสถานศึกษาในพื้นที่ ซึ่งทุกบริการล้วนต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดของการติดตั้งและบำรุงรักษาที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้เข้าถึงบริการสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพเทียบเท่าภูมิภาคอื่น . ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอีย้ำว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่มั่นคงเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในพื้นที่ ทั้งในมิติการศึกษา สาธารณสุข และการค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ของประชาชนในพื้นที่ จึงได้กำชับให้ NT เดินหน้าสำรวจและพัฒนาโครงข่ายในพื้นที่ปัตตานีอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต . #DE #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #NT #โทรคมนาคมแห่งชาติ #ปัตตานี

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ในงาน “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพฯ  

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมระดับสูง “Asia-Pacific Pathway to AI Development — For Good and For All” ซึ่งจัดโดยสำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Cyberspace Administration of China: CAC) โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อส่งเสริมการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนทุกภาคส่วน AI for good and for all.   นายไชยชนก กล่าวว่า AI กำลังเป็นเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดเทคโนโลยีหนึ่งของโลก โดยสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน AI ก็อาจถูกนำไปใช้สร้าง Deepfake ปลอมแปลงเสียงและตัวตน ตลอดจนก่ออาชญากรรมออนไลน์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “AI ทำอะไรได้” แต่คือ “AI ควรถูกใช้เพื่ออะไร และเพื่อใคร”    ดังนั้นแนวทางการขับเคลื่อน AI ของไทย จึงมุ่งเน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การยกระดับบริการภาครัฐ การพัฒนากรอบกำกับดูแล AI ตลอดจนการสร้างทักษะ AI ให้กับประชาชน เพื่อให้คนไทยสามารถใช้ AI ได้อย่างมีความรับผิดชอบ    ขณะที่ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศนั้น ไทยขอเสนอแนวทาง Guidance on Anti-Online Scams for APEC เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติที่สามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีและรูปแบบภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวกรอง กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ แนวปฏิบัติด้านการยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital Identity) การรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ แพลตฟอร์มดิจิทัล และสถาบันการเงิน เพื่อยกระดับการป้องกัน ตรวจจับ และรับมือกับภัยหลอกลวงออนไลน์ของเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น    นอกจากนี้ ประเทศไทยขอเชิญชวนให้ร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือด้าน AI ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) การแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน AI และการกำกับดูแล (2) การร่วมพัฒนาโครงการนำร่องและ AI Governance Sandbox เพื่อเปลี่ยนหลักการสู่การปฏิบัติ และ (3) การยึดมั่นให้ AI สร้างโอกาสแก่ทุกประเทศ เกิดประโยชน์ต่อทุกชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน    “ประเทศไทยขอยืนยันถึงวามพร้อมในการทำงานร่วมกับเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค เพื่อผลักดันการพัฒนา AI ที่มีความน่าเชื่อถือ (Trusted AI) มีธรรมาภิบาล (AI Governance) และสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย ครอบคลุม และยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “AI for Good and for All” เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ทุกประเทศและทุกคนได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย  

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานโทรคมนาคม นางสุวรรณา หรรษาจารุพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจลูกค้าองค์กร และผู้แทนบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ลงพื้นที่ประชุมหารือติดตามความคืบหน้าโครงข่ายโทรศัพท์และโครงการอินเทอร์เน็ตประชารัฐจังหวัดปัตตานี โดยมีนายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงาน ข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ที่ว่าการอำเภอยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี    นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ตนได้รับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่กล่าวถึงโครงการและนโยบายของกระทรวงดีอีที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ โครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งควรได้รับการยกระดับศักยภาพ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยพบว่าเน็ตประชารัฐและการให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ในหลายจุดยังไม่มีความเสถียรหรือไม่ครอบคลุม อาจส่งผลต่อการเข้าถึงบริการภาครัฐของประชาชน แม้จะมีการให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลแก่ชุมชนผ่านจุดบริการเน็ตประชารัฐ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ของกระทรวง ฯ และศูนย์ USO Net และของสำนักงาน กสทช. ในพื้นที่อำเภอยะรังรวมทั้งสิ้นถึง 52 จุดแล้วก็ตาม   ดังนั้นการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ตนตั้งใจที่จะนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มาร่วมกันรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชนและผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่ เพราะตนอยากให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และนำไปสู่การผลักดันนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงดีอี ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาความเดือดร้อนและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเสียงของประชาชนทุกคน จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดปัตตานีต่อไป   ด้านความคืบหน้ากรณี กสทช. อยู่ระหว่างจัดทำกฎระเบียบใหม่รองรับการต่อสัญญาโครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของบริการในระยะยาว โดยกำหนดแนวทางชัดเจนสำหรับหมู่บ้านที่ยังไม่มีจุดให้บริการ ให้สามารถยื่นคำขอผ่าน NT ในพื้นที่ได้โดยตรง โดยต้องผ่านกระบวนการทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อยืนยันความต้องการที่แท้จริงเสียก่อน จากนั้นจึงส่งเรื่องต่อมายังที่ว่าการอำเภอเพื่อพิจารณาดำเนินการติดตั้งตามลำดับ   ขณะเดียวกันจากการหารือ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันสำรวจความต้องการใช้งานจริงเป็นรายหมู่บ้าน เพื่อจัดสรรทรัพยากรโครงข่ายให้ตรงจุด เกิดประโยชน์สูงสุด และครอบคลุมอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ทั้งการขยายจุดให้บริการและสลับย้ายจุดติดตั้งในพื้นที่ที่มีความจำเป็น และต้องการใช้งาน    “การหารือในครั้งนี้สะท้อนความร่วมมืออย่างบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงดีอี NT กสทช. ฝ่ายปกครอง และ อสม. ในพื้นที่ ที่ผนึกกำลังผลักดันเพื่อให้อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงข่ายสื่อสารเพื่อประชาชนอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมด้านการใช้งานดิจิทัลในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยกระทรวงดีอีจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม” รมช.ดีอี กล่าว   -------------------------------------------------------------------------------------  

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ หารือร่วมกับ นายหลิว เลี่ยหง (Mr. Liu Liehong) ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารข้อมูลแห่งชาติ (Administrator, National Data Administration) สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ประจำปี 2026 (APEC 2026 Digital and AI Ministerial Meeting) เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการข้อมูลในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจข้อมูล (data economy) ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน    ในโอกาสนี้ สำนักงานบริหารข้อมูลแห่งชาติ (National Data Administration: NDA) ของจีนได้ถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารจัดการข้อมูลของจีน ซึ่งถือเป็นประเทศแรกของโลกที่กำหนดให้ "ข้อมูล (Data)" เป็นปัจจัยการผลิต (Production Factor) และจัดตั้งหน่วยงาน เพื่อกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการบริหารจัดการข้อมูลของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยได้แบ่งปันแนวทางการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูล การพัฒนาตลาดข้อมูล (Data Market) การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital China ตลอดจนมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล   นายไชยชนก กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจข้อมูลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบริการภาครัฐ การยกระดับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างนวัตกรรมดิจิทัล โดยเห็นว่าการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับจีน ซึ่งมีความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบนิเวศด้านข้อมูล จะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศไทยในอนาคต   ในโอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือด้านข้อมูลในหลากหลายมิติ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) การพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ  

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมระดับสูงด้านข้อมูลเพื่อการเติบโต (APEC High-Level Roundtable on Data for Growth) ซึ่งจัดโดย สำนักงานบริหารข้อมูลแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (National Data Administration: NDA) ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้ห้วงสัปดาห์ APEC Digital Weeks 2026 ในโอกาสนี้ รมว.ดีอี ได้แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้แทนระดับสูงของเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคในประเด็นการยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) การสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูล การส่งเสริมนวัตกรรม การเพิ่มผลิตภาพ และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการพัฒนาศักยภาพระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงของภูมิภาคและการเติบโตอย่างทั่วถึง   นายไชยชนก กล่าวว่า ในยุค AI ข้อมูลได้กลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล โดยคุณภาพของ AI ขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลที่แต่ละประเทศสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจึงไม่ใช่เพียงบันทึกเหตุการณ์ในอดีต แต่เป็นรากฐานของนวัตกรรม การยกระดับผลิตภาพ และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต ทั้งยังช่วยให้ภาครัฐตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่แม่นยำ ภาคธุรกิจสามารถพัฒนานวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสังคมสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น   ขณะเดียวกันการสร้างคุณค่าจากข้อมูลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าข้อมูลได้รับการจัดเก็บ คุ้มครอง แบ่งปัน และนำไปใช้อย่างเหมาะสม ดังนั้น ธรรมาภิบาลข้อมูลจึงไม่ได้มุ่งเน้นการควบคุมข้อมูล แต่เป็นการสร้างความไว้วางใจเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย   ในส่วนของรัฐบาลไทยมีนโยบายบูรณาการการทำงานของหน่วยงานด้านดิจิทัล ภายใต้การกำกับของกระทรวงดีอี เพื่อสร้างระบบนิเวศข้อมูลของประเทศที่มีความเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ลดการทำงานแบบแยกส่วน สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และส่งเสริมนวัตกรรม ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความเชื่อมั่นของประชาชน   ทั้งนี้ข้อมูลแต่ละประเภทมีระดับความอ่อนไหวแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีกลไกการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐได้อย่างสมดุลระหว่างการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน   “คุณค่าของข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนามาตรฐาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเสริมสร้างศักยภาพร่วมกัน เพื่อให้ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับทุกเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค เพื่อผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับทุกภาคส่วน” นายไชยชนก กล่าว   -------------------------------------------------------

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานโทรคมนาคม นางสุวรรณา หรรษาจารุพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจลูกค้าองค์กร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ประชุมหารือติดตามความคืบหน้าโครงข่ายโทรศัพท์และโครงการอินเทอร์เน็ตประชารัฐจังหวัดนราธิวาส โดยมีนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายพิชิต รุ่งประเสริฐ นายอำเภอสุคิริน พร้อมหัวหน้าหน่วยงาน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม   นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อผนึกกำลังจากทุกภาคีเครือข่าย ร่วมรับฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาทางออก แก้ไขปัญหา และนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง โดยได้นำหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทุกหน่วย พร้อมภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ที่ขับเคลื่อนงานระดับนโยบายและผลักดันระบบ e-Office ภายใต้ระบบ GDCC เพื่อลดการใช้กระดาษและเพิ่มประสิทธิภาพงานภาครัฐ สดช.ที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น โครงการเน็ตประชารัฐ (Free Wi-Fi หมู่บ้าน) ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และการอบรมอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) สำนักงานสถิติจังหวัด ที่เป็นกำลังหลักในการเก็บข้อมูลและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงฯ ทั้งในระดับกระทรวงและระดับจังหวัด ปณท ที่สนับสนุนการกระจายสินค้าชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่นผ่านโครงการไทยช่วยไทยและแพลตฟอร์ม ThailandPostMart    ในส่วน NT ดูแลโครงข่ายอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ และสถานีไร้สายครอบคลุมทั่วประเทศ และสำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานภาคีที่กำกับดูแลและร่วมจัดให้มีศูนย์ USO Net บริการ Free Wi-Fi และอินเทอร์เน็ตสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ มาพบปะกับพี่น้องประชาชนถึงพื้นที่   สำหรับพื้นที่อำเภอสุคิริน กระทรวงดีอีและหน่วยงานภาคีได้ร่วมกันจัดให้มีจุดบริการเน็ตประชารัฐ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และศูนย์ USO Net รวมทั้งสิ้น 39 จุด ซึ่ง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้มอบนโยบายให้ทำงานร่วมกับพื้นที่อย่างใกล้ชิด ในการสำรวจและพัฒนานโยบายดิจิทัลเหล่านี้ให้ขยายผลอย่างทั่วถึง และใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด   “ไม่ว่าพื้นที่จะอยู่ห่างไกลแค่ไหน เราต้องทำให้พี่น้องประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการดิจิทัลของรัฐได้อย่างเท่าเทียมกัน กระทรวงดีอี จะเดินหน้าทำงานด้วยความใส่ใจ เข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด เพื่อให้ทุกครัวเรือนในทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ได้รับประโยชน์จากโครงข่ายดิจิทัลอย่างเท่าเทียม ตามกรอบนโยบายที่ท่านไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้วางไว้ ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นที่ตั้ง” รมช.ดีอี กล่าว   นอกจากนี้ รมช.ดีอี ได้เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมใช้เวทีนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากทุกหน่วยงานได้ยกทีมเชิงรุกลงพื้นที่มาพบปะกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมขอให้ทุกคนช่วยกันสะท้อนปัญหาและร่วมสร้างข้อเสนอแนะ เพื่อช่วยกันยกระดับและพัฒนาศักยภาพของจังหวัดนราธิวาสในภาพรวม   ------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะผู้บริหารร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ โถงชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ รวมทั้งแสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต ร่วมเป็นพลังของแผ่นดินในการสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2569 “คุณธรรม คุณทำได้” โดยมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/10 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบออนไลน์

เมื่อความหวัง...กลายเป็นช่องทางมิจฉาชีพ นี่คือรูปแบบอาชญากรรมออนไลน์ที่กำลังสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหายที่เพิ่งผ่านการถูกหลอกลวงมาไม่นาน กลโกงนี้มีชื่อเรียกว่า "Scam Recovery Fraud" หรือ การหลอกว่าสามารถติดตามเงินคืนได้   โดยมิจฉาชีพจะสวมรอยเป็น "เจ้าหน้าที่รับแจ้งความออนไลน์" เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ ทนายความ หรือบริษัทรับติดตามทรัพย์สิน เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อว่ากำลังได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่แท้จริงแล้ว ต้องการหลอกเอาเงินจากเหยื่อ ซ้ำรอบสอง    วิธีการล่อลวงของมิจฉาชีพ - สวมรอยเป็นตำรวจไซเบอร์ สร้างเพจปลอมหรือแอดไลน์เหยื่อ อ้างตัวเป็นตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือเจ้าหน้าที่รัฐ   - เหยื่อเก่าคือเป้าหมาย มิจฉาชีพมีข้อมูลว่าใครเคยตกเป็นเหยื่อ จึงสบโอกาสหลอกซ้ำในช่วงที่เหยื่อกำลังร้อนใจและอยากได้เงินคืน โดยอ้างว่า ตรวจพบเงินของคุณแล้ว, กำลังดำเนินการอายัดบัญชีคนร้าย, สามารถนำเงินกลับคืนได้ทั้งหมด, เหลือเพียงขั้นตอนยืนยันสิทธิ   - อ้างค่าดำเนินการ เมื่อผู้เสียหายเริ่มเชื่อใจ ก็จะหลอกล่อให้เหยื่อโอนเงินเพิ่ม โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมศาล, ค่าเอกสาร, หรือค่าปลดล็อกระบบ, ค่าประกันการโอนเงินคืน, เพื่อนำเงินที่ถูกโกงไปกลับมา    สุดท้ายเมื่อโอนเงินไปแล้ว เงินที่หวังว่าจะได้คืนก็ไม่ได้กลับมา แถมยังต้องเสียเงินเพิ่มอีกก้อนหนึ่งอย่างน่า     เจ็บใจ    จุดสังเกตที่ควรระวัง ดังนั้นหากได้รับการติดต่อในลักษณะต่อไปนี้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ - อ้างว่าสามารถนำเงินที่ถูกโกงกลับคืนได้ 100%  - ขอให้โอนเงินล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าดำเนินการหรือค่าธรรมเนียม  - แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ เจ้าหน้าที่รับแจ้งความออนไลน์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  - เร่งรัดให้รีบโอนเงินเพื่อรักษาสิทธิ์ในการรับเงินคืน  - ใช้เอกสารหรือบัตรเจ้าหน้าที่ปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ    วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำ - อย่าเชื่อคำโฆษณาว่า "ได้เงินคืน 100%" เพราะไม่มีหน่วยงานใดรับประกันผลเช่นนั้นได้ - ห้ามโอนเงินเพิ่มเด็ดขาด หากมีบุคคลแปลกหน้าอ้างว่าสามารถตามเงินคืนได้และขอให้โอนเงินก่อน ให้สันนิษฐานทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ - ไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม การติดตามเงินคืนของหน่วยงานรัฐจะไม่มีการเรียกเก็บเงิน หรือค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น - ตรวจสอบกับหน่วยงานทางการโดยตรง หากมีผู้ติดต่ออ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ให้โทรสอบถามผ่านช่องทางทางการของหน่วยงานนั้น ไม่ควรใช้หมายเลขโทรศัพท์หรือบัญชีที่ผู้ติดต่อส่งมาให้ - หากตกเป็นผู้เสียหายแล้ว อย่าหาทางออกจากผู้ที่ไม่รู้จัก ควรแจ้งความและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง - โทรแจ้งสายด่วน AOC 1441 เพื่อระงับบัญชีทันที ตลอด 24 ชั่วโมง     ศูนย์ AOC กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขอเตือนประชาชนว่า ผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อ คือกลุ่มเป้าหมายสำคัญของมิจฉาชีพ เพราะมักอยู่ในภาวะเร่งรีบ ต้องการเงินคืน และพร้อมเชื่อผู้ที่อ้างว่าสามารถช่วยเหลือได้ จึงขอให้ประชาชน ตั้งสติ ตรวจสอบทุกครั้งก่อนโอนเงิน และจำไว้ว่า "ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บค่าดำเนินการเพื่อแลกกับการได้เงินคืน และไม่มีใครรับประกันนำเงินที่ถูกโกงกลับคืนได้ 100%"    อย่าให้ความหวัง กลายเป็นช่องทางที่ทำให้มิจฉาชีพหลอกคุณซ้ำเป็นครั้งที่สองได้   -----------------------------------------------------------------------------

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมการประชุม คณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล    ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการในการจัดประชุมประจำปีฯ ทั้งในส่วนของการจัดนิทรรศการศาลาไทย (Thailand Pavillion) ภายใต้แนวคิด 7 ทศวรรษแห่งการเสริมสร้างภูมิต้านทานและพัฒนาประชากร ตามแนวพระราชดำริ และแนวทางการสืบสาน รักษา ต่อยอดของไทยใน 4 เสาหลัก ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะ (DPI) บทบาทของไทยในฐานะเศรษฐกิจระดับกลาง การรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมสุขภาพ (Longevity)    ในส่วนของกระทรวงดีอี โดยบริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เตรียมการร่วมสนับสนุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตภายในสถานที่จัดงาน และให้การสนับสนุนด้านข้อมูลและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องด้านดิจิทัลแก่คณะอนุกรรมการด้านสารัตถะ ภายใต้คณะกรรมการระดับชาติ ฯ

วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดีอี เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน จากนั้นร่วมพิธีลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณท้องสนามหลวง และศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน จากนั้นร่วมพิธีลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณท้องสนามหลวง และในพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีอัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทานและผ้าอาบนํ้าฝนพระราชทาน และพิธีเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 "ยล แสง ศิลป์ถิ่นเมืองธรรม เมืองเทียน" โดยมี ผศ. (พิเศษ) ดร.นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงาน คณะผู้แทนจากต่างประเทศ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วม ณ ปะรำพิธีหน้าวัดศรีอุบลรัตนารามอุบลรัตนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี    นางสาวแนน บุณย์ธิดา ได้กล่าวเปิดงานว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ตนเป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งงานแห่เทียนพรรษา ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญและเป็นความภาคภูมิใจของลูกหลานจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย    สำหรับประเพณีแห่เทียนพรรษา ได้สะท้อนถึงพลังแห่งความศรัทธาในพระพุทธศาสนา การร่วมแรงร่วมใจของหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ที่พร้อมใจกันสืบสานงานประเพณี สืบต่อความยิ่งใหญ่นี้ตลอดไป ในขอโอกาสนี้ ตนขอขอบคุณพี่น้องชาวอุบล ฯ ทุกคนที่ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.