Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ภารกิจกระทรวง

 

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
แถลงต่อรัฐสภา

Policy Statement of the Council of Ministers
Delivered by Prime Minister Anutin Charnvirakul
to the National Assembly


คำแถลงนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
นายไชยชนก ชิดชอบ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

  • รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111)
    • ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
    • ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
  • รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน
    • ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
      • 01 รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนตุลาคม 2565
      • 02รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2565
      • 03รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนธันวาคม 2565
      • 04รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนมกราคม 2566
      • 05รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2566
      • 06รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนมีนาคม 2566
      • 07รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนเมษายน 2566
      • 08รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนพฤษภาคม 2566
      • 09รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนมิถุนายน 2566
      • 10รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนกรกฎาคม 2566
      • 11รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนสิงหาคม 2566
      • 12รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนกันยายน 2566
    • ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
      • 01รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนตุลาคม 2566
      • 02รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2566
      • 03รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนธันวาคม 2566
      • 04รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนมกราคม 2567
      • 05รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2567
      • 06รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนมีนาคม 2567
      • 07รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนเมษายน 2567
      • 08รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนพฤษภาคม 2567
      • 09รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนมิถุนายน 2567
      • 10รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนกรกฎาคม 2567
      • 11รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนสิงหาคม 2567
      • 12รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนกันยายน 2567
    • ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
      • 01รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนตุลาคม 2567 [th]
      • 02รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2567
      • 03รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนธันวาคม 2568
      • 04รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนมกราคม 2568
      • 05รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2568
      • 06รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ประจำเดือนมีนาคม 2568
  • คู่มือการใช้งานศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ในส่วนของช่องทางหมายเลขโทรศัพท์ 1111


 
ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


นายพลวรรธน์ วิทูรกลชิต
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง







ตำแหน่งว่าง








ตำแหน่งว่าง


วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อชี้แจง แนะนำ หรือทำความเข้าใจกับหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานหรือการจัดทำภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล และแผนต่างๆ ของชาติและของหน่วยงานของรัฐ ๒. เพื่อตรวจติดตามว่าหน่วยงานของรัฐได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ มติคณะรัฐมนตรี และคำสั่งนายกรัฐมนตรี และเป็นไปตามความมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการบริหารราชการแผ่นดิน แผนหรือยุทธศาสตร์ใดๆ ที่กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ชาติ หรือวาระแห่งชาติ ๓. เพื่อติดตามความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรค รวมทั้งประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่าในการปฏิบัติงาน หรือการจัดทำภารกิจของหน่วยงานของรัฐ ๔. เพื่อสดับตรับฟังทุกข์สุข ความคิดเห็น และความต้องการของเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน ๕. เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และสืบสวน สอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ในพื้นที่
อำนาจหน้าที่ ๑. สั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับการตรวจปฏิบัติในเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ มติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ๒. สั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับการตรวจปฏิบัติ หรืองดเว้นการปฏิบัติในเรื่องใดๆ ในระหว่างการตรวจราชการไว้ก่อน หากเห็นว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือประโยชน์ของประชาชนอย่างร้ายแรง และเมื่อได้สั่งการดังกล่าวแล้ว ให้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบ หรือพิจารณาโดยด่วน ๓. สั่งให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐชี้แจง ให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร และหลักฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการพิจารณา ๔. สอบข้อเท็จจริง สืบสวนสอบสวน หรือสดับตรับฟังเหตุการณ์ เมื่อได้รับร้องเรียนหรือมีเหตุอันสมควร โดยประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานตรวจสอบอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอุปสรรคของหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ๕. ประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้รับการตรวจ และรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบ ๖. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อชี้แจง แนะนำ หรือปรึกษาหารือร่วมกัน
 



คำสั่งแผนการตรวจราชการประจำปี
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๑๖๕/๒๕๖๘ เรื่อง แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๑๘๐/๒๕๖๗ เรื่อง แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๓/๒๕๖๗ เรื่อง แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๗๙/๒๕๖๕ เรื่อง แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๖๘/๒๕๖๔ เรื่อง แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕
คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๕๙/๒๕๖๓ เรื่อง แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔
คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๔๒/๒๕๖๒ เรื่อง แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๘๔/๒๕๖๑ เรื่อง แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒
คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๓๐/๒๕๖๑ เรื่อง แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


แนวทางการตรวจราชการประจำปี
- แนวทางการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๗
- แนวทางการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖
- แนวทางการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔
- แผนงานโครงการตามแผนการตรวจราชการ ดศ. ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓
- แผน/แนวทางการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓
แผน/แนวทางการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒
แผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑


คำสั่งแบ่งเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๒/๒๕๖๙ มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๑๕๖/๒๕๖๘ มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๔๘/๒๕๖๘ มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๑๖๑/๒๕๖๗ มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๑๐๗/๒๕๖๖ มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๗๔/๒๕๖๕ มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๔๒/๒๕๖๕ มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๖๕/๒๕๖๔ เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงและมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๔๔/๒๕๖๔ เรื่องมอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๕๔/๒๕๖๓ เรื่องมอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ
- คำสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ ๘๙/๒๕๖๒ เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงและมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับผิดชอบเขตตรวจราชการ




รายงานการตรวจราชการประจำปี








 


       

    

               

              

 

 

 
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน EIT ประจำปี 2566
ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประเมิน EIT ประจำปี 2566https://itas.nacc.go.th/go/eit/fq5rsp




เรื่องร้องเรียน
คำแนะนำการร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน

ในการร้องเรียนการทุจริตควรมีรายละเอียดให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด เช่น
1. ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของผู้ร้องเรียน
2. ชื่อหรือตำแหน่งของผู้ถูกร้องเรียน
3. ข้อกล่าวหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริต
4. บรรยายพฤติการณ์การกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาการทุจริตอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบถึงวันเวลาที่กระทำความผิด รายละเอียดการกระทำความผิด พร้อมระบุพยานหลักฐานหรืออ้างพยานหลักฐานที่สามารถยืนยันหรือสนับสนุนการกล่าวหาร้องเรียนว่ามีอะไรบ้าง มีพยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ หรือไม่ เป็นผู้ใด อย่างไร ในเรื่องนี้ได้กล่าวหาร้องเรียนไปหน่วยงานใดหรือไม่ และเป็นผลประการใด
5. ควรป้อนข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ - สกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ โทรศัพท์ และอีเมล (e-mail) ของผู้ร้องเรียนที่สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการติดต่อกลับเพื่อยืนยันการกล่าวหาร้องเรียน หรือขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้ชัดเจน สามารถดำเนินการต่อไปได้ หรือเพื่อรายงานผลให้ท่านทราบ ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับอย่างที่สุด กรณีที่ไม่เปิดเผยชื่อ - สกุลจริงถือว่าเป็น "บัตรสนเท่ห์" ซึ่งหากไม่ระบุพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ อาจไม่รับหรือไม่ยกเรื่องร้องเรียนดังกล่าวขึ้นพิจารณาได้
6. กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการติดต่อกลับ และขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหรือเพื่อรายงานผลให้ท่านทราบ
7. ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บไว้เป็นความลับอย่างที่สุด :  สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะไม่เปิดเผยชื่อตัวหรือข้อมูลใดๆ ที่จะทำให้ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ให้ข้อมูลหรือให้ถ้อยคำ เว้นแต่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอ หรือผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ให้ข้อมูลจะให้ความยินยอมด้วยความสมัครใจ
8. การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและคุ้มครองข้อมูล   :  สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ให้ข้อมูลด้วยความเป็นธรรม ให้ได้รับความปลอดภัย ไม่ให้ถูกคุกคาม ข่มขู่ เปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน ลักษณะงาน สถานที่ทำงาน พักงาน ไล่ออก หรือกระทำการอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม  รวมทั้งเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ

ยื่นแบบร้องเรียนออนไลน์


ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.)

ความเป็นมา

                 จากปัญหาการทุจริตที่ผ่านมา มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่งที่ ๖๙/๒๕๕๗ เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐกำหนดมาตรการหรือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในหน่วยงาน โดยมุ่งการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ เฝ้าระวังเพื่อสกัดกั้นมิให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ รัฐบาลได้เห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการทุจริต ซึ่งได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ

                 โดยรัฐบาลได้เสริมสร้างกลไกขับเคลื่อนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต ขึ้นมา ๓ ระดับ คือ คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เป็นกลไกระดับนโยบาย มีนายกรัฐมนตรี/หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธาน กรรมการจัดตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติให้เป็นกลไกขับเคลื่อนภาพรวมระดับประเทศ และกลไกระดับปฏิบัติการ โดยการออกมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ซึ่งประจำอยู่ทุกส่วนราชการระดับกระทรวง หรือเทียบเท่า ปัจจุบันมีจำนวน ๓๕ ศูนย์ ให้เป็นกลไกประสานงาน กำกับ ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ข้อสั่งการ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต กับหน่วยงานภายใต้กำกับทั้งหมด ซึ่งได้แก่หน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็นกลไกขับเคลื่อนประสาน กำกับ ติดตามผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ในฐานะที่สำนักงาน ป.ป.ท. เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ

                 ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567 ประกาศ ณ วันที่ 7 มีนาคม 2567 ให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในกระทรวง รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง โดยมีหน้าที่และอำนาจ  ดังนี้
                 1. เสนอแนะต่อปลัดกระทรวงเกี่ยวกับการป้องกันและปรามปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการในสังกัด ประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการบริหารความเสี่ยงเพื่อลดและปิดโอกาสการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของส่วนราชการดังกล่าวให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับชาติและนโยบายของรัฐบาลเสนอต่อปลัดกระทรวง
                 2. เร่งรัดและกำกับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของส่วนราชการในสังกัด
                 3. ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมและประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน รับข้อร้องเรียนเรื่องกากรทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และฝ่าฝืนจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ส่วนราชการในสังกัด และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานงาน เร่งรัด และติดตามจนได้ข้อยุติ
                 4. ติดตาม ประเมินผลสัมฤทธิ์และจัดทำรายงานการต่อต้านกาทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของส่วนราชการในสังกัด เสนอต่อปลัดกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                 5. ประสานความร่วมมือกับรัฐวิสาหกิจหรือองค์การมหาชนที่อยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีเกี่ยวกับข้อมูลการจัดทำและดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมและประมวลจริยธรรม ตลอดจนการประเมินผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานดังกล่าว เพื่อเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อปลัดกระทรวงในการจัดทำรายงานต่อรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจหรือองค์การมหาชนดังกล่าวต่อไป
                6. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือที่ปลัดกระทรวงมอบหมาย

วิสัยทัศน์ "กระทรวงดิจิทัลฯ ใสสะอาด ปราศจากทุจริต"
พันธกิจ "การป้องกันและปราบปรามการทุจิต การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัต์สุจริต"
เป้าประสงค์ 1. เพื่อสร้างจิตสำนึกและปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริต
2. สร้างกลไกป้องกันและปราบปรามการทุจริต
3. เสริมสร้างประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
4. เพื่อยกระดับจิตสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรมของบุคลากรในองค์กร
ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก
ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
อำนาจหน้าที่ กลุ่มงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
1. ศึกษา วิเคราะห์ รวบรวมข้อมูลสภาพปัญหา เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะ มาตรการแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการ
2. จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ นโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ตลอดจนบูรณาการแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการ และส่วนราชการในสังกัด
3. ให้คำปรึกษาแนะนำ ประสานงาน เร่งรัด กำกับและติดตามให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
4. รับข้อรองเรียนเรื่องทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ ส่วนราชการในสังกัด และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานงาน ติดตาม อย่างต่อเนื่องจนได้ข้อยุติ
5. เป็นกลไกการปฏิบัติหรือประสานการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ช. หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่ ศอตช. สั่งการหรือร้องขอ
6. เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในส่วนราชการ
7. ส่งเสริมให้ทุกภาพส่วนมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในส่วนราชการ
8. ติดตามประเมินผลการดำเนินงานของส่วนราชการและส่วนราชการในสังกัดและจัดทำรายงานผลการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาพรวมของส่วนราชการส่งสำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มงานจริยธรรม
1. งานคุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน
2. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการระดับกระทรวง หรือระดับกรม
3. ประสานการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี แผนงาน/โครงการ ตลอดจนบูรณาการแผนงาน/โครงการเกี่ยวกับการคุ้มครองจริยธรรม การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของส่วนราชการและส่วนราชการในสังกัด ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4. รวบรวมปัญหาการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของส่วนราชการในสังกัด ตลอดจน เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงประมวลจริยธรรมต่อสำนักงาน ก.พ.
5. ติดตาม ประเมินผลการดำเนินการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การดำเนินการตามประมวลจริยธรรมของส่วนราชการและส่วนราชการในสังกัดเสนอหัวหน้าส่วนราชการ และส่งผลการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาพรวมของส่วนราชการ

แผนผังแสดงกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตภาครัฐ




แผนปฏิบัติการ

รายการแผนปฏิบัติการ
- แผนปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
-แผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต โครงการศูนย์ปฏิบบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-แผนบริหารความเสี่ยงการทุจริตในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสินบน ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิ ทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-แผนปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 
-แผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม  ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี พ.ศ. 2566 - 2570
-แผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-แผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี พ.ศ. 2566 -2570 
-แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี พ.ศ. 2566 - 2570
-แผนปฏิบัติการป้องกันและปราปบรามการทุจริต ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี 2566 -2570
-แผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570)
-แผนปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
-แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม  ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
-แผนปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
-แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
-แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
-แผนปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
- แผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
- แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
-แผนปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
- แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปี 2562 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปี 2561 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปี 2561 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) และแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ประจำปี 2560
- แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปี 2560-2564 และแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปี 2560 ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รายงานผลการดำเนินงาน

รายงานผลการดำเนินงาน
- รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบาย NO Gift Policy ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต โครงการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไล์ (Anti - Online Scam Operation Center : AOC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-infographic แผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต โครงการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไล์ (Anti - Online Scam Operation Center : AOC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันการทุจริต ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
รายงานผลการวิเคราะห์ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
- รายงานการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบาย No Gift Policy  ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-รายงานสรุปผลสำรวจความพึงพอใจในการให้บริการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
- รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนพฤศจิกายน 2567
- รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนตุลาคม 2567
- รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนกันยายน 2567
-รายงานผลการดำเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน  (Goverment Contact Center :GCC 1111) 
รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนสิงหาคม 2567
รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนกรกฎาคม 2567
รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนมิถุนายน 2567
- รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนพฤษภาคม 2567
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนเมษายน 2567
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม ประจำสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รอบ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2565 - 31 มีนาคม 2567)
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนมีนาคม 2567
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2567
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนมกราคม 2567
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนธันวาคม 2566
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือน พฤศจิกายน 2566
-รายงานนการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้โดยธรรมจรรยา  ประจำงบประมาณ พ.ศ. 2566
-รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานในการส่งเสริมประสิทธิภาพการสื่อสาร ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-รายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
-รายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-รายงานผลการดำเนินการตามนโยบาย NO Gift Policy จากการปฏิบัติหน้าที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566)
-รายงานสรุปสถิติและผลการดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566)
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนตุลาคม 2566
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต มาตรการป้องกันการทุจริตกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ของ สป.ดศ. (1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566)
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนกันยายน 2566
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนสิงหาคม 2566
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนกรกฎาคม 2566
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนมิถุนายน 2566
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนพฤษภาคม 2566
-รายงานสรุปสถิติการรับเรื่องการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำเดือนเมษายน 2566
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมจริยธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รอบ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2565 - 31 มีนาคม 2566)
-รายงานผลการดำเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต มาตรการป้องกันการทุจริตกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ของ สป.ดศ. (1 ตุลาคม 2565 - 31 มีนาคม 2566)
-รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการทุจริตกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท สป.ดศ.
-หนังสือเสนอปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับทราบรายงานผลการดำเนินการงานตามนโยบาย No Gift Policy จากการปฏิบัติหน้าที่ รอบ 6 เดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-รายงานตามนโยบาย No Gift Policy จากการปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รอบ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2565 - 31 มีนาคม 2566)
-รายงานผลตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานในการส่งเสริมประสิทธิภาพด้านการสื่อสาร ของ สป.ดศ. ประจำปี 2566 รอบ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2565 - 31 มีนาคม 2566)
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รอบ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2565 - 31 มีนาคม 2566)
-รายงานสรุปผลการระดมความคิดเห็นแนวทางในการบริหารจัดการด้านระบบสื่อสารในภาวะวิกฤติ
-รายงานสรุปสถิติและรายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการรับร้องเรียนการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รอบ 6 เดือน
- รายงานสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
-รายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบ 6 เดือน
-รายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบ 6เดือน
-รายงานสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รอบ 6 เดือน
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน กระบวนการ : การสร้างการรับรู้เรื่องแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีของบุคลากรสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
-รายงานผลและการวิเคราะห์ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ(ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
-รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2563
-การประชุมคณะทำงานปรับปรุงกระบวนการทำงานและพัฒนาองค์ความรู้ สป.ดศ.
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รอบ 6 เดือน
-รายงานสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รอบ 6 เดือน
-รายงานผลการประเมินคุณธรรมและความฌปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
-รายงานสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
-รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
- รายงานสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต ประจำปี พ.ศ. 2563 ณ เดือนมิถุนายน 2563
- สรุปสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รอบ 6 เดือน
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รอบ 6 เดือน
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รอบ 6 เดือน
-รายงานผลการะประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ(ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
- สรุปสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 รอบ 6 เดือน
- รายงานการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2562 (รอบ 6เดือน)
- สรุปสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต ประจำปี พ.ศ. 2562 รอบ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2561 - 31 มีนาคม 2562)
-ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประกาศเจตจำนงค์ในการปฏฺบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
- รายงานการวิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- รายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
- รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2561 (ส่วนที่ 2)
- รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2561 (ส่วนที่ 1)
- สรุปสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริต ประจำปี พ.ศ. 2561
- รายงานการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2562 (รอบ 6 เดือน)
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ของ สป.ดศ. รอบ ๖ เดือน (๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ - ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐)
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏบัติการต่อต้านการทุจริต สป.ทก. ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏบัติการต่อต้านการทุจริต สป.ทก. ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙

พระราชบัญญัติ

พระราชกฤษฎีกา

ประกาศ

รายการประกาศ
-คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของงานประชุม/อบรม/สัมมนา
-นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา 6 แห่ง พรบ.ป้องกันปราบปรามฯ (หนังสือ ปปง. ด่วนที่สุด ที่ ปง 0004.4/ว3038 ลว.28 พ.ค. 63)
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา 15 แห่ง พรบ.ปราบปรามฯ (หนังสือ ปปง. ด่วนที่สุด ที่ ปง 0004.4/ว2885 ลว.21 พ.ค. 63)
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ แห่ง พรบ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินฯ (หนังสือ ป.ป.ง. ด่วนที่สุด ที่ ปง 0004.4/ว1998 ลว.3 เม.ย. 63)
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่กำหนดตามมาตรา7แห่งพรบ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินฯหนังสือป.ป.ง.ด่วนที่สุดที่ปง0004.4/ว1822ลว.26มี.ค.63)
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่กำหนดตามมาตรา7แห่งพรบ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินฯ(หนังสือป.ป.ง.ด่วนที่สุดที่ปง0004.4/ว1714ลว.20มี.ค.63)
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกหนดตามมาตรา 6 แห่ง พรบ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินฯ (หนังสือ ป.ป.ง.ด่วนที่สุดที่ ปง 0004.4/1522
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา 6 แห่ง พรบ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินฯ (หนังสือ ป.ป.ง.ด่วนที่สุด ที่ ปง 0004.4/ว1308 ลว.28 ก.พ.63)
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ (ตามประกาศสำนักงาน ปปง.ที่ 3/2563)
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ (ตามประกาศสำนักงาน ปปง.ที่ 2/2563)
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ (ตามประกาศสำนักงาน ปปง.ที่ 1/2563)
- ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙

ประมวลจริยธรรม

การส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงาน


รายการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงาน
-- ประกาศเจตนารมณ์นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
-Declaration of Intent Non-Acceptance of Gifts or Gratuities for Official Duties (No Gift Policy) (2026)
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
- The Policy on Acceptance of Gifts and Gratuities for Performing Duties (No Gift Policy) for the Personnel of the Officer of Permanent Secretary (2026)
-แนวทางการปฏิบัติตามนโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่องนโยบายไม่รับของขวัญของกำนัลหรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่(NoGiftPolicy) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ฉบับภาษาอังกฤษ)
- The Policy on Acceptance of Gifts and Gratuities for Performing Duties (No Gift Policy) for the Personnel of the Officer of Permanent Secretary (2025)
-ประกาศเจตนารมณ์ไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ฉบับภาษาอังกฤษ)
-Declaration of Intent Non-Acceptance of Gifts or Gratuities for Official Duties (No Gift Policy) (2025)
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่องนโยบายไม่รับของขวัญของกำนัลหรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่(NoGiftPolicy) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
- ประกาศเจตนารมณ์ไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
- แนวทางการปฏิบัติการตามนโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏฺบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
-การประเมินความเสี่ยงการทุจริตในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสินบน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และมาตรการฯ
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตในประเด็ฯที่เกี่ยวข้องกับสินบน ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-การวิเคราะห์ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)ในปี พ.ศ. 2566
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง ประกาศเจตจำนงไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
- Declaration of Intent Non-Acceptance of Gifts or Gratuities for Official Duties (No Gift Policy)
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
- The Policy on Acceptance of Gifts and Gratuities for Performing Duties (No Gift Policy) for the Personnel of the Officer of Permanent Secretary
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่องแนวปฏิบัติ Dos & Don'ts ทางจริยธรรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนจริยธรรมและให้คำปรึกษาตอบคำถามทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน สป.ดศ.
-แนวทางการปฏิบัติตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของ สป.ดศ.
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของ สป.ดศ.
-รายงานผลการวิเคราะห์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
-แนวทางการการปฏิบัติตามนโยบายการรับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใด (No Gift Policy) จากการปฏิบัติหน้าที่
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (เพิ่มเติม)
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง ปดศ. ประกาศเจตจำนงสุจริตและความมุ่งมั่นในการบริหารให้สำเร็จตามพันธกิจของหน่วยงานอย่างมีธรรมาภิบาล
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง เจตจำนงสุจริตและความมุ่งมั่นในการบริหารงานให้สำเร็จตามพันธกิจของหน่วยงานอย่างมีธรรมาภิบาล
- หนังสือแจ้งเวียนหน่วยงานในสังกัด สป.ดศ. เรื่อง ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตราการ กลไก และระบบการดำเนินการในการเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
-หนังสือแจ้งเวียนหน่วยงานในสังกัด สป.ดศ. เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรในการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริต ด้านคุณธรรม จริยธรรม ของ สป.ดศ
-หนังสือแจ้งเวียนหน่วยงานในสังกัด สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏฺบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
- หนังสือแจ้งเวียนหน่วยงานในสังกัด สป.ดศ. เรื่อง การเผยแพร่แผนการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รวมถึงการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ในไตรมาสที่ 3 และ 4
- หนังสือแจ้งเวียนหน่วยงานในสังกัด สป.ดศ. เรื่อง การเผยแพร่แผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง เรื่อง มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน กระบวนการ : การสร้างการรับรู้เรื่องแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำของบุคลากรสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- การวิเคราะห์ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสนในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
-ประกาศ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรในการปฎิบัติงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริต ด้านคุณธรรม จริยธรรม ของสสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง นโยบายการรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด ประจำปี พ.ศ. 2565
-หนังสือแจ้งเวียน ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง แนวทางการเสริมสร้างวัฒธรรมองค์กรในการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรม ของ สป.ดศ.
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง แนวทางเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรม จริยธรรม ของ สป.ดศ. 
- แนวทางการปฏิบัติตามมาตรการส่งเสริมครุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน กระบวนการ : การปรับปรุงกระบวนการทำงาน
-หนังสือเวียนประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตสำหรับการจัดหาพัสดุที่มีวงเงินสูงของ สป.ดศ.
-หนังสือแจ้งเวียนประกาศ สป.ดศ. เรื่องมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน กระบวนการ : การปรับปรุงกระบวนการทำงานฯ
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน กระบวนการ : การปรับปรุงกระบวนการทำงานและการพัฒนาเสริมสร้างทักษะองค์ความรู้ของบุคลากร
-การวิเคราะห์ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายการรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด พ.ศ. 2564
- ประกาศรายชื่อข้าราชการดีเด่น ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒
- ประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์และแนวทางการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- หนังสือแจ้งเวียนมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนงานการใช้รถยนต์ราชการส่วนกลาง ของ สป.ดศ.
- การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่มาตรการส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตในกระบวนงานการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ สป.ดศ.
- คู่มือการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ (รถยนต์ราชการส่วนกลาง) 
- หลักเกณ์การใช้ทรัพย์สินของทางราชการ (รถยนต์ราชการส่วนกลาง)
- การประชุมชี้แจงมาตรการส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตในหน่วยงานในกระบวนงานการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ สป.ดศ.
- หนังสือแจ้งเวียนหน่วยงานในสังกัด เพื่อรับทราบ ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตภายในหน่วยงานในกระบวนงานการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ สป.ดศ.
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตภายในหน่วยงานในกระบวนงานการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ สป.ดศ.
- การวิเคราะห์ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

มาตรการป้องกันการทุจริต

รายการมาตรการป้องกันการทุจริต
-แนวทางการปฏิบัตืตามนโยบายการไม่รับของขวัญ ของกำนัลหรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
-รายงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงการทุจริต ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC:1111)
-แผนบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-หนังสือ สป.ดศ. แจ้งหน่วยงานให้รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการทุจริตสำหรับหระบวนงานการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
-หนังสือ สป.ดศ. แจ้งหน่วยงานในสังกัดให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการทุจริตสำหรับกระบวนงานการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่องมาตรการป้องกันการทุจริตสำหรับกระบวนงานการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
-แผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-หนังสือเสนอผู้บริหาร เรื่อง แผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-หนังสือเสนอผู้บริหาร เรื่อง รายงานผลการดำเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ตามเกณฑ์ประเมินเชิงคุณภาพ "ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต"
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ฉบับเพิ่มเติม)
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏฺบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่องเจตจำนงสุจริตและความมุ่งมั่นในการบริหารงานให้สำเร็จตามพันธกิจของหน่วยงานอย่างมีธรรมภิบาล
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตราการ กลไก และระบบในการดำเนินการเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรในการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต ด้านคุณธรม จริยธรรม ของ สป.ดศ.
- ประกาศเจตนารมณ์นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
- ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง นโยบายการรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด ประจำปี พ.ศ. 2565
-ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายการรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด พ.ศ. 2564
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กร ด้านคุณธรรม จริยธรรม ขอสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตภายในหน่วยงานในกระบวนงานการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ สป.ดศ.
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการใช้รถยนต์ราชการส่วนกลาง ของ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายการรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด พ.ศ. 2563
- มาตรการ กลไกในการให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต ของ สป.ดศ.
- แบบแจ้งข้อร้องเรียนการทุจริต ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- กระบวนการดำเนินการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่องมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการจัดทำ  TOR  ของ สป.ดศ.
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง มาตรการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจ
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง นโยบายการให้หรือรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด พ.ศ 2562
- นโยบายการให้หรือรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด พ.ศ. 2561
- ประกาศมาตราการ กลไกเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง
- มาตรการกลไกการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะผ่านเว็บไซต์กระทรวง
- ประกาศ เรื่อง นโยบายป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
- แนวทางการปฏิบัติตามนโยบายการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
- ประกาศ เรื่อง นโยบายการป้องกันและต่อต้านการรับหรือการให้สินบน
- แนวทางการปฏิบัติตามนโยบายการป้องกันและต่อต้านการรับหรือให้สินบน
- ประกาศ สป.ดศ. เรื่อง เจตจำนงสุจริตและความมุ่งมั่นในการบริหารงานให้สำเร็จตามพันธกิจของหน่วยงานอย่างมีธรรมาภิบาล
- นโยบายการให้หรือรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด พ.ศ. 2560
- ปดศ. แสดงเจตจำนงสุจริตและความมุ่งมั่นในการบริหารงานให้สำเร็จตามพันธกิจของหน่วยงานอย่างมีธรรมาภิบาล

สิ่งพิมพ์เผยแพร่

รายการสิ่งพิมพ์เผยแพร่
- บทความ 35/2563 ไม่ยอมตามใจ
- บทความ อ.34/2563 ขึ้นทางนี้ ลงทางนั้น
- บทความ อ. 33/2563 จบได้สวย
- บทความ 32/2563 เปลี่ยนตัวผู้เล่น
- บทความ 31/2563 มีอะไร ผมขอหมด
- บทความ ๒๕/๒๕๖๓ ขอไปสู้คดีต่อ
- บทความ อ.๒๔/๒๕๖๓ คนเดียวกันหรือเปล่า
- บทความ อ.๒๓/๒๕๖๓ บ้านผมไม่ตรงตามแบบ
- บทความ ๒๒/๒๕๖๓ แจ้งผิดแจ้งใหม่ได้
- บทความ ๒๑/๒๕๖๓ "ท่าน" ก็โดนเหมือนกัน
- บทความ ๒๐/๒๕๖๓ 5 ปี มีงานอะไรบ้าง
- บทความ อ.๑๙/๒๕๖๓ ข้อมูลคนต่างด้าว
- บทความ อ.๑๘/๒๕๖๓ คลินิกเถื่อนหรือเปล่า
- บทความ ๑๗/๒๕๖๓ ทำไมสองมาตรฐาน
- บทความ ๑๖/๒๕๖๓ แค่ไหน ถึงจะมีส่วนได้เสีย
- บทความ อ. ๖๐/๒๕๖๒ ถามไปมาก แต่ไม่ยากอย่างที่คิด
- บทความ อ. ๕๙/๒๕๖๒ สร้างขึ้นมาได้อย่างไร
- บทความ อ. ๕๘/๒๕๖๒ ขอข้อมูลเพราะตกใจ
- บทความ ๕๗/๒๕๖๒ ใครกู้ไป จ่ายคืนด้วย
- บทความ ๕๖/๒๕๖๒ เอาไหม โครงการนี้
- บทความ อ. ๕๕/๒๕๖๒ ขอเพื่อสู้ต่อไป
- บทความ อ. ๕๔/๒๕๖๒ เดือดร้อนเพราะเพื่อนบ้าน
- บทความ ๕๓/๒๕๖๒ คนงานไปไหน
- บทความ ๕๒/๒๕๖๒ ขอคะแนนคนไม่ได้รับคัดเลือกได้ไหม ?
- บทความ ๕๑/๒๕๖๒ ผมได้ทุนมหาวิทยาลัย แต่ใครเบิก

แบบฟอร์ม

คู่มือ

รายการคู่มือ
-คู่มือแนวทางการประเมินความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-คู่มือการประเมินตามเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงการทุจริตเชิงนโยบายในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
-คู่มือการประเมิน ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ระยะที่ 2(พ.ศ. 2566-2570)
-คู่มือแนวทางการประเมินความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
-แนวทางการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ การประกาศนโยบาย No Gift Policy  จากการปฏิบัติหน้าที่ 
-คู่มือการประเมิน ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม พิมพ์ครั้งที่ 2(พ.ศ. 2565)
-คู่มือแนวทางการประเมินความเสี่ยงการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
-คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565
- คู่มือการประเมินตามเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงการทุจริตเชิงนโยบายในการดำเนินการโครงการขนาดใหญ่
- คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
- คู่มือการประเมินความเสี่ยงการทุจริต
- คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
- คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
- คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ หน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
- คู่มือ การประเมิน ITA 2561
-คู่มือการประเมิน ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559-2564)
- คู่มือหน่วยงานต่อต้านการทุจริตในภูมิภาคอาเซียน
- คู่มือการใช้งานเบื้องต้น Application "กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 และ 103"

กิจกรรม


ITA2020


หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา


คณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงฯ

คำสั่งแต่งตั้ง
-คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2565
-คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2561
-คำสั่ง สป.ดศ. เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม
-คำสั่ง สป. เรื่อง แก้ไขคำสั่งจัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม พ.ศ. 2558
-คำสั่ง สป. เรื่อง แก้ไขคำสั่งจัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม พ.ศ. 2556
-คำสั่ง สป. เรื่อง แก้ไขคำสั่งจัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม พ.ศ. 2555
-คำสั่ง สป. เรื่อง แก้ไขคำสั่งจัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม พ.ศ. 2554
-คำสั่ง สป. เรื่อง จัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม พ.ศ. 2553




ติดต่อ ศปท.


 

ASEAN Digital Hub

กิจกรรมการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub)

ดศ. ได้มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเพิ่มศักยภาพไทยให้เป็นศูนย์กลางการติดต่อสารสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนตอนบน (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ซึ่งประเทศเหล่านี้มีการเติบโตของอินเทอร์เน็ตทราฟฟิคสูง และยังตอบสนองความต้องการใช้งานดิจิทัลคอนเทนต์จำนวนมากในประเทศ ซึ่งมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยการสร้างโอกาสอันดีที่ไทยจะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ประกอบกิจการคอนเทนต์ (Content Provider) รายใหญ่ให้มาตั้งฐานข้อมูลในไทยใช้งานผ่านโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำที่ได้ขยายความจุไว้พร้อมรองรับอันจะทำให้ไทยสามารถพัฒนาศักยภาพก้าวสู่การเป็น ASEAN Digital Hub ตอนบนได้อย่างมั่นคงซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรมสำคัญ คือ

กิจกรรมย่อยที่ ๑ เสริมความแข็งแกร่งในประเทศและเขตติดต่อประเทศเพื่อนบ้านโดยการเพิ่มความจุโครงข่ายเชื่อมโยงไปยังชายแดนเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมา และจัดหาอุปกรณ์เพิ่มความจุโครงข่ายเชื่อมโยงไปยังสถานีเคเบิลใต้น้ำจังหวัดชลบุรี เพชรบุรี สงขลา สตูล และกับศูนย์โทรคมนาคมของ บมจ. กสท โทรคมนาคม ขนาดความจุรวม 2,300 Gbps

สถานะปัจจุบัน

การจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ตามสถานีต่าง ๆ ทั่วประเทศรวม ๑๕๑ สถานี (ตามแผนเดิม) เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ส่งมอบอุปกรณ์ให้กับกระทรวงฯ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ และกระทรวงฯ อนุมัติรับงานไว้ใช้ในราชการแล้ว

              ทั้งนี้ มีปัญหาและอุปสรรคจากผลกระทบโครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ ๓ ทำให้อุปกรณ์ที่ติดตั้งที่สถานีเพชรบุรี และสถานีศรีราชา (ระบบ PS) ไม่สามารถเชื่อมต่อใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ จึงต้องปรับปรุงประสิทธิภาพโครงข่ายเพื่อทดแทน โดย ครม. มีมติเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๓ เห็นชอบให้ดำเนินการปรับปรุงแผนงานและงบประมาณการดำเนินโครงการฯ ปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งและตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้งานให้ได้ตามวัตถุประสงค์ (Final Acceptance Test) แล้วเสร็จ และได้จัดทำผลการทดสอบที่เกี่ยวข้องมาให้แก่ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติพิจารณาแล้ว โดยคณะกรรมการตรวจรับฯ ของ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ ได้เห็นชอบให้รับไว้ใช้งานแล้ว เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๔ ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการรับไว้ใช้งานอย่างเป็นทางการของ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ ก่อนส่งมอบให้แก่ สป.ดศ. ต่อไป

              ในส่วนทรัพย์สินภายใต้กิจกรรมย่อยที่ ๑ ได้ให้ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ ยืมพัสดุอุปกรณ์เพื่อนำไปให้บริการโดยต้องลดอัตราค่าบริการวงจรเชื่อมโยงระหว่างประเทศที่อยู่ภายใต้การให้บริการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐
ของอัตราค่าบริการภายในเวลา ๑ ปี ซึ่งจะส่งผลให้สามารถลดค่าบริการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างประเทศให้สามารถแข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้าน อันจะส่งผลให้ค่าบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับประชาชนถูกลง รวมทั้งจูงใจให้ภาคเอกชนมาใช้บริการและทำให้ค่าบริการของเอกชนภายในประเทศลดลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวม 

กิจกรรมย่อยที่ ๒ ขยายความจุโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศที่มีอยู่เดิมโดยร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศต่างๆ ที่เป็นภาคีสมาชิกของระบบ ขยายความจุโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศของระบบที่มีอยู่ รวม 1,770 Gbpsเพื่อลดค่าบริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างประเทศให้สามารถแข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้าน และทำให้ค่าบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับประชาชนถูกลง

สถานะปัจจุบัน

              ขณะนี้ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ ได้นำสิทธิการใช้งานความจุที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ เปิดใช้งานแล้ว จำนวน ๑,๑๙๐ Gbps (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔) โดยภายหลังจากได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิการใช้งานความจุฯ แล้ว บมจ. โทคมนาคมแห่งชาติ ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขข้อกำหนดการอนุญาตให้ใช้สิทธิการใช้งานความจุฯ ที่กำหนดให้ลดอัตราค่าบริการจากปกติไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของอัตราค่าบริการภายในระยะเวลา ๒ ปี โดยการดำเนินการในขณะนี้สามารถปรับลดราคาค่าบริการการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ (IIG) ปรับลดได้ ๔๕ % - ๕o % และวงจรเช่าส่วนบุคคลระหว่างประเทศ (IPLC) ปรับลดได้ ๓๐ % ซึ่งสามารถปรับลดอัตราค่าบริการได้มากกว่าร้อยละ ๒๐ ของอัตราค่าบริการ ตามเงื่อนไขข้อกำหนดฯ ทั้งนี้ จากการปรับลดอัตราค่าบริการ ทำให้มี IIG Traffic มีการใช้งานเป็น ๙๙๘ Gbps และ Bandwidth (IPLC) มีการใช้งานเป็น ๓,๑๒๓ Gbps รวม ๔,๑๒๑ Gbps คิดเป็น ๖๗.๑๑ % ของความจุสูงสุด โดยสิทธิการใช้งานความจุเท่ากับเดือนเมษายน ในขณะที่ปริมาณการใช้งาน IIG Traffic เพิ่มขึ้น ๑๐ Gbps และ Bandwidth (IPLC) เพิ่มขึ้น ๒๓ Gbps
                  ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ให้บริการผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในรูปแบบเปิด (Over-The-Top : OTT) รายใหญ่ เข้ามาตั้ง Server ในประเทศไทย เพื่อเป็น Hub ในการให้บริการแล้ว โดยใช้งานบนระบบเคเบิลใต้น้ำที่ได้ขยายความจุจากกิจกรรมย่อยที่ ๒ ด้วยความพร้อมในการขยายความจุดังกล่าว ส่งผลให้บริการ IIG สามารถรองรับ Traffic จากผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศเมียนมาที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเหตุความไม่สงบภายในประเทศได้ นอกจากนี้ บริการ IPLC สามารถส่งมอบวงจรที่ล่าช้าจากเหตุระบบเคเบิลใต้น้ำขัดข้องให้กับลูกค้าได้ตามกำหนดเช่นกัน ส่งผลให้เดือนเมษายน ๒๕๖๔ นั้น ทั้ง 2 บริการ มีปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้น สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรมย่อยที่ ๒

กิจกรรมย่อยที่ ๓ การสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศเส้นใหม่ (ASIA Direct Cable (ADC)) เป็นการร่วมก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำระบบใหม่เชื่อมต่อประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ร่วมกับภาคีสมาชิก 6 ประเทศ
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศจีน ประเทศสิงคโปร์ ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเวียดนาม

สถานะปัจจุบัน

              ขณะนี้ผู้รับจ้างก่อสร้างระบบ และภาคีสมาชิกดำเนินกิจกรรมการทำ Project Management Plan and Quality Assurance Review และ Marine Route Survey ทางด้านเหนือของระบบฯ และน่านน้ำฮ่องกง Desktop Study Review และ Product Design Review แล้วเสร็จ รวมถึงการผลิตสายเคเบิลและ Repeater แล้วเสร็จบางส่วน และอยู่ระหว่างการทำ Marine Route Survey ทางด้านใต้ของระบบฯ คาดว่าจะส่งมอบสิทธิการใช้งานได้ภายในปี ๒๕๖๕ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีเส้นทางที่หลากหลายเชื่อมตรง (Direct Route) โดยการลงทุนสามารถรองรับการใช้งาน จำนวน 9 Tbps ในเส้นทาง 1) ประเทศไทยไปฮ่องกง 2) ประเทศไทยไปสิงคโปร์ 3) ฮ่องกงไปประเทศญี่ปุ่น

 





ให้ส่วนราชการที่ขอใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเพื่อดำเนินการ โครงการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐที่มีมูลค่า เกินกว่า 200 ล้านบาทขึ้นไป ให้คณะกรรมการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐ พิจารณา โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียด และดาวน์โหลดเอกสารได้ที่  200m.mdes.go.th/


หลักเกณฑ์ & แนวทางการจัดหา

ให้ส่วนราชการที่ขอใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเพื่อดำเนินการ โครงการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐที่มีมูลค่า เกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ให้คณะกรรมการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐ พิจารณา







สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประเมิน ITA
 
 
 
 



หน้าที่และอำนาจ
หน้าที่และอำนาจ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (พร.) มีดังนี้
1. เสนอแนะ และให้คำปรึกษาแก่ปลัดกระทรวงเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการในสำนักงานปลัด และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
2. ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงานปลัด และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
3. ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ และหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัด และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
4. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
    อ้างอิง : กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง
กลับสู่ด้านบน

โครงสร้างบุคลากร
โครงสร้างบุคลากร กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (พร.) มีดังนี้
กลับสู่ด้านบน

กลับสู่ด้านบน


Switch to English : Click here!


ระบบ e-Office ภายใต้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC)
          ระบบ e-Office เป็นบริการ Cloud ประเภท Software as a Service (SaaS) ภายใต้ GDCC โดยมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านเอกสาร และระบบอื่น ๆ (เช่น ระบบบริหารการประชุม ระบบจองห้องประชุม และระบบจองรถ) ที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร สนับสนุนการปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดย ดศ. ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนภาครัฐสู่การดำเนินงานแบบไร้กระดาษ (Paperless Government) ซึ่งหน่วยงานรัฐสามารถ ร่าง/ลงนาม/ จัดเก็บและส่งออกไฟล์เอกสาร ทั้งหมดด้วยระบบ e-Office โดยไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษ

          ระบบ e-Office มีจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจาก GDCC เป็นแพลตฟอร์มกลางที่รัฐให้บริการเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐประหยัดต้นทุนในการจัดหาและบำรุงรักษาทรัพยากรทางเทคโนโลยีในภาพรวมของประเทศ รวมถึงสามารถรักษาความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          หน่วยงานภาครัฐ (ส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น และสถานศึกษาของรัฐ) สามารถขอรับการสนับสนุนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC พร้อมทั้งให้ CA (Certification Authority) สำหรับผู้มีอำนาจลงนามหนังสือภายนอก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ e-Office เบื้องต้น จาก https://www.eoffice.go.th/

สถานะการดำเนินงาน
(ณ วันที่ 1 เมษายน 2568)
มีผู้ใช้งานระบบทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค (รวม อปท.) จำนวนกว่า 100,000 users และอยู่ระหว่างการเตรียมเปิดใช้งาน จำนวนกว่า 700,000 users

เป้าหมายการขับเคลื่อนการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ของ ดศ. 



หน่วยงานที่มีความประสงค์ใช้งาน สามารถแจ้งความประสงค์ได้ผ่าน QR Code
หรือกดที่ลิงก์นี้ : คลิกที่นี่

ติดต่อเพิ่มเติม ได้ที่
1) กองงานดิจิทัลจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โทร. 0-2141-6786
2) สำนักงานสถิติจังหวัดทั่วประเทศ หรือ โทรคมนาคมจังหวัด (NT) ทั่วประเทศ


ที่มาและความสำคัญ
          นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นแผนแม่บทหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีความสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) และแนวคิดประเทศไทย 4.0: โมเดลขับเคลื่อนสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้นวัตกรรมการปฏิรูปกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้มีความทันสมัยตอบสนองปัญหาความต้องการของประชาชน ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวมที่ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส 
          โดยนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มุ่งเน้นการพัฒนาระยะยาวอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งมียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างสังคมคุณภาพที่ทั่วถึงเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ 4 ปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และยุทธศาสตร์ที่ 6 สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

 
        ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 4 มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้เกิดบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพ พื้นที่ และภาษานำไปสู่การหลอมรวมการทำงานของภาครัฐเสมือนเป็นองค์กรเดียว นอกจากนี้ รัฐบาลดิจิทัลในอนาคตจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ การบริหารบ้านเมือง และเสนอความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของภาครัฐ โดยได้มีการกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานดำเนินการตามวิธีปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นร้อยละ 100 และให้ประเทศไทยมีอันดับดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government Development Index: EGDI) อยู่ในกลุ่มประเทศที่มี Development Index: EGDI อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาสูงสุด 40 อันดับแรก ภายในปี 2570
          ประกอบกับรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร มีนโยบายพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของคนไทยและต่างชาติ ด้วยการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ มีนิติธรรม และความโปร่งใส โดยรัฐบาลจะปฏิรูประบบราชการและกองทัพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เปลี่ยนผ่านราชการไทยไปสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล (Digital Government) ปรับขนาดให้มีความคล่องตัว เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการใช้งบประมาณและการปฏิบัติราชการ ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งเน้นผลักดันการปฏิรูประบบราชการสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล ดศ. จึงได้เร่งขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เป็นหนึ่งในนโยบายที่กระทรวงฯ ให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงการทำงานของภาครัฐให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
           พร้อมทั้งรัฐบาลได้มีนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) โดยมีเป้าหมายหลักในการนำเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้ในการดำเนินงานของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการประชาชนอย่างมั่นคงปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมา ดศ. ได้ผลักดันการใช้งานระบบคลาวด์กลางเป็นโครงสร้างดิจิทัลพื้นฐานหลักของภาครัฐผ่านโครงการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Service: GDCC) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการบริหารจัดการข้อมูลและบริการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างระบบนิเวศสำหรับบริการประชาชน และขับเคลื่อนงานด้วยข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงสนับสนุนการทำงานร่วมกันกับผู้ให้บริการคลาวด์กลางภาครัฐกับผู้ให้บริการคลาวด์ภาคเอกชน ตอบสนองแนวโน้มการใช้งานด้านข้อมูลและรองรับการพัฒนานวัตกรรมของประเทศในอนาคต


การดำเนินการ
          ดศ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ทุกหน่วยงานรัฐปรับเปลี่ยนการทำงานสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ดศ. จึงได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายเพื่อให้การขับเคลื่อนการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีกรอบแนวทางการขับเคลื่อนภาครัฐผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลแบบไร้กระดาษ ( Paperless Government) สู่รัฐบาลดิจิทัลทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ดังนี้
          1) กลไกส่วนกลาง: ดศ. ขับเคลื่อนในระดับกระทรวงและหน่วยงานราชการส่วนกลาง โดยมีการจัดทำ MOU ขับเคลื่อนการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC กับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลปกครอง 
          2) กลไกส่วนภูมิภาค: ดศ. ได้มีการจัดกิจกรรมขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ภูมิภาค ในงาน “Digital Korat: The Future Starts now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจังหวัดนครราชสีมามีความพร้อมเป็นจังหวัดต้นแบบในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการภาครัฐ พร้อมทั้งได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนดิจิทัลพร้อมทั้งได้นำประเด็นการให้ความรู้มาจัดทำเป็นข้อมูลแนะนำการใช้งานและหลักการคำนวณจำนวนผู้ขอใช้งานให้สอดคล้องกับโครงสร้างการทำงานขององค์กร และขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยการประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ประสานแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้รับทราบถึงการสนับสนุนระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) บนแพลตฟอร์มภายใต้ GDCC โดยมอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สำนักงานสถิติจังหวัด) เป็นผู้ประสานการขอใช้งานในระดับจังหวัด




แนวทางการบริหารจัดการองค์กรต้นแบบ
          กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของเราภูมิใจนำเสนอ แนวทางการบริหารจัดการองค์กรต้นแบบ ที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว และสามารถนำไปปรับใช้ได้ในหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ เราพร้อมแบ่งปัน ประสบการณ์และวิธีปฏิบัติจริง ซึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนส่วนกลางที่ผ่านมา โดยมีหน่วยงานระดับกระทรวงเป็นแบบอย่างของความสำเร็จ
          • กระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายการปรับเปลี่ยนระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ มีการสร้าง ส่ง ลงนาม สั่งการหนังสือราชการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมเข้ารหัส เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 เพื่อให้เกิดความสะดวก ชัดเจน ตอบโจทย์ทั้งในด้านเวลา และทรัพยากรกระดาษ โดยสามารถลดการใช้กระดาษแบบยั่งยืน เป็นจำนวน 5,100 รีม /ปี เป็นจำนวนเงิน 499,800 บาท/ปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 26,775 kgCO2 เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  



          โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้ามาเป็น ส่วนสนับสนุนหลักให้กับสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันให้เกิดผลจริง โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการใช้งานระบบ e-Office ร่วมกันระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้นโยบาย “Go Cloud First” ซึ่งใช้ระบบคลาวน์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ณ กระทรวงพาณิชย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 กระทรวงพาณิชย์ให้ทุกกอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน ในส่วนกลาง สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์เล็งเห็นถึงการเชื่อมโยงการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ของทั้งกระทรวง จึงมีนโยบายในการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ของกรมต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ระบบสามารถเชื่อมต่อในการรับ-ส่งหนังสือภายในกระทรวงพาณิชย์ การขับเคลื่อนระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงพาณิชย์ มีดังต่อไปนี้

          
1. สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นแบบจำลองต้นแบบในการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่

          2. การประชุมหารือระหว่างผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับผู้อำนวยการกอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน และเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งาน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 เพื่อชี้แจงการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ และวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เพื่อชี้แจงการใช้งานการลงนามด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่



         
3. การจัดประชุมและอบรมการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ เมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคม 2567 โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และมีการอบรมการใช้งานตามกอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน ในระหว่างเดือนธันวาคม 2567 - มกราคม 2568 โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมและทบทวนการใช้งานระบบฯ
          4. การขับเคลื่อนการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่เจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการกอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน เต็มรูปแบบ แต่ยังไม่รวมถึง ผู้บริหารระดับ 10 ขึ้นไป
          5. การดำเนินการจัดอบรมหน่วยงานในต่างประเทศ ของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 4 แห่ง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 76 จังหวัด เมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคม 2567 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์พร้อมกัน
          6. สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทั้งในส่วนกลาง (กอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน) ส่วนภูมิภาค (สำนักงานพาณิชย์จังหวัด 76 จังหวัด) และส่วนต่างประเทศ (สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ 4 แห่ง) ได้เริ่มใช้งานจริงเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 โดยมีจำนวนผู้ใช้งานของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์จำนวน 2,402 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 มกราคม 2568) และมีหนังสือในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถใช้งานการสร้าง ส่ง ลงนาม ผ่านระบบ คือ ประเภทหนังสือทั่วไป เช่น หนังสือแจ้งเวียน หนังสือเชิญประชุม หนังสือตอบรับ หนังสือเชิญอบรม หนังสือออกตรวจ เป็นต้น
          7. การขยายผลไปยังกรมต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ 7 หน่วยงาน (กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า) มีการแบ่งระยะความพร้อมใช้งานได้ดังนี้
               - ระยะที่ 1 จัดอบรมในช่วงเดือนมกราคม 2568 มีแผนจะเปิดใช้งานจริง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2568
               - ระยะที่ 2 จัดอบรมในช่วงเดือนเมษายน 2568 มีแผนจะเปิดใช้งานจริง ภายในเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2568
               - ระยะที่ 3 จัดอบรมในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 มีแผนจะเปิดใช้งานจริง ภายในเดือนสิงหาคม - กันยายน 2568
          8. รายละเอียดการขับเคลื่อนของกรมต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการดังนี้
               - สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานรัฐมนตรี อบรมฯ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 และวันที่เปิดใช้งาน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567

               - สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า อบรมฯ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 และวันที่เปิดใช้งาน เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2568
               - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อบรมฯ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ขณะนี้ยังไม่กำหนดวันเปิดใช้งาน
               - กรมทรัพย์สินทางปัญญา อบรมฯ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ขณะนี้ยังไม่กำหนดวันเปิดใช้งาน
               - กรมการค้าภายใน อบรมฯ ในวันที่ 30 มกราคม 2568 มีแผนเปิดใช้งาน ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568
               - กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อยู่ระหว่างการรอข้อมูลเพื่อดำเนินการกรมการค้าต่างประเทศ อยู่ระหว่างการรอข้อมูลเพื่อดำเนินการ
               - กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อยู่ระหว่างการรอข้อมูลเพื่อดำเนินการ

          • 
จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมามีการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติงาน ด้านสารบรรณได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ได้มีการกำหนด วัตถุประสงค์ของโครงการ ดังนี้



         
1.
เพื่อขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government)
          2. มีเป้าหมายให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดต้นแบบในการเปลี่ยนแปลงการทำงานของ ภาครัฐให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้แนวนโยบาย "Go Cloud First"
          3. เพื่อดำเนินการส่งเสริมให้หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดหา และนำระบบ e-Office มาเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงานของหน่วยงานของตน รวมถึงการนำเทคโนโลยี ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการประชาชน ได้อย่างสะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการ เดินทางของประชาชนในการเข้ามาติดต่อหน่วยงานราชการการขับเคลื่อนการดำเนินงานในจังหวัด มีดังนี้

              1) มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
                  กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ส่วนราชการในจังหวัดนครราชสีมา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา
                  กลุ่มเป้าหมายรอง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในงานด้านต่าง ๆ ของของส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดนครราชสีมา

             2) มีการกำหนดขั้นตอนและกิจกรรมการดำเนินงาน ดังนี้
                 
2.1) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้สั่งการให้สำนักงาน สถิติจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเชิงรุกลงพื้นที่สำรวจการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของ อปท. เพื่อ ตรวจสอบว่า อปท.ในพื้นที่จังหวัดมีการใช้งานระบบฯ ว่ามีการใช้งานครบ 3 ลักษณะ (สร้าง เซ็นต์ ส่ง) ในแบบ สำรวจ จำนวน 344 แห่ง และให้ทราบข้อมูลการใช้งานฯ รวมถึงปัญหา อุปสรรค และข้อสนอ เพื่อใช้เป็น ฐานข้อมูลประกอบการจัดทำแผนขับเคลื่อนการใช้ระบบ e-Office ของจังหวัด โดยมีผลการดำเนินการจากการสำรวจมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา พบว่ามี การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4 แห่ง (จาก 334 แห่ง)



                 
2.
2) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับส่วน ราชการระดับจังหวัด จำนวน 231 แห่ง และที่ทำการปกครองอำเภอ จำนวน 32 อำเภอ โดยนำเรื่องเข้า ประชาสัมพันธ์ในที่ประชุมกรมการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการพร้อมเชิญชวน ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ e-Office และสร้างการรับรู้ก่อนทำ MOU
                 2.3) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนำเรื่องเข้าประชาสัมพันธ์ในที่ประชุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหวัดนครราชสีมา จำนวน 334 แห่ง ให้กับผู้นำองค์กรฯ เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการพร้อมเชิญชวนให้ทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ e-Office
                 2.4) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดทำแผนการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ของจังหวัดนครราชสีมาเพื่อใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนระยะการดำเนินการสร้างการรับรู้ภายหลังจากที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกับจังหวัดนครราชสีมาได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อบูรณาการและเชื่อมโยงกระบวนงานภายในของหน่วยงานต่างๆ บนแพลตฟอร์ม e-Office ของ GDCC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการบริหารจัดการข้อมูล รวมถึงบูรณาการการทำงานภายในของหน่วยงาน
                 2.5) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการเชิงรุกสำรวจความพร้อมและความต้องการ การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ e-Office ของส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบว่า อปท.ในพื้นที่จังหวัดมีการใช้งานระบบฯ ว่ามีการใช้งานครบ 3 ลักษณะ (สร้าง เซ็นต์ ส่ง) โดยมีหน่วยงานตอบแบบสำรวจผ่าน Google Forrom ส่วนราชการ จำนวน 52 หน่วยงาน (231 แห่ง) และ อปท. 291 แห่ง (334 แห่ง)



                 
2.6) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการเชิงรุก จัดทำประกาศเจตนารมย์ให้ผู้ว่า ราชการจังหวัดนครราชสีมาลงนาม และแจ้งเวียนให้ทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน อปท. ได้รับทราบถึง แนวทางขับเคลื่อนการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ e-Office ของจังหวัดนครราชสีมาและร่วมกัน เคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม
                 2.7) การดำเนินการจัดการอบรมการใช้งานระบบฯ ร่วมกับ บมจ.โทรคมนาคม ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางเทคนิคเพื่อให้หน่วยงานที่ขอใช้งานสามารถเปิดใช้งานระบบได้ตามความต้องการ แต่เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดขนาดใหญ่มีหน่วยงานจำนวนมาก การดำเนินการจึงได้มีการแบ่งสัดส่วนของหน่วยงาน ที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย
                       - ส่วนราชการ และที่ทำการปกครองอำเภอ จำนวน 52 แห่ง
                       - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ทั้งสิ้น 334) จำนวน 291 แห่ง ( รอบที่ 1 จำนวน 100 แห่ง รอบที่ 2 จำนวน 100 แห่ง และรอบที่ 3 จำนวน 91 แห่ง )
                 2.8) ขั้นตอนการดำเนินการ
                        2.8.1) การลงทะเบียนผู้ดูแลระบบ (admin) ของส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น โดยแบ่งเป็นรอบ ตามที่ได้มีการแบ่งสัดส่วนไว้
                        2.8.2) จัดอบรมผู้ใช้งานระบบ ได้แก่ ผู้ดูแลระบบ (admin) ของส่วนราชการ และผู้ใช้งาน ระบบ (User) ทุกคน ดังนี้
                                  - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.รอบที่ 1) จำนวน 71 แห่ง จัด อบรมเมื่อวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2567 เริ่มใช้งานระบบจริง เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567
                                  - ส่วนราชการ และที่ทำการปกครองอำเภอ จำนวน 49 แห่ งจัด อบรมเมื่อวันที่ 19-20 ธันวาคม 2567 เริ่มใช้งานระบบจริง ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567
                                  - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.รอบที่ 2 และ รอบ 3) จำนวน 220 แห่ง จัดอบรมเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เริ่มใช้งานระบบจริง ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567
                 2.9) พื้นที่ดำเนินการ ได้แก่ หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 32 อำเภอ
                 2.10) ผลที่คาดว่าจะได้รับ ได้แก่ หน่วยงานในสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา สามารถนำใช้ระบบ สารสนเทศสำหรับสนับสนุนภารกิจงานด้านต่าง ๆ ของหน่วยงานทำให้เกิดประสิทธิในการปฏิบัติงานราชการ
                 2.11) ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของจังหวัดนครราชสีมา สรุปได้ดังนี้
                          2.11.1) ในระยะเริ่มดำเนินการหน่วยงานกลุ่มเป้าหมายยังขาดความรู้ ความเข้าใจ

                          2.11.2) ผู้บริหารของหน่วยงาน (อปท.) มีความสนใจต้องการใช้งานระบบ แต่ผู้ปฏิบัติงานระดับล่าง เห็นเป็นเรื่องยุ่งยากเป็นภาระ ทำให้งานเพิ่ม ไม่ให้ความใส่ใจ ไม่ให้ความร่วมมือ
                          2.11.3) ผู้บริหารของหน่วยงาน อปท. (สายราชการ) มีความสนใจต้องการใช้งานระบบ แต่ผู้บริหาร สายการเมือง ไม่พร้อมใช้ เห็นเป็นเรื่องยุ่งยาก ใช้งานไม่เป็น จึงไม่ให้ความสนใจ

                          2.11.4) การสื่อสารเรื่องแผนปฏิบัติการ (ฝึกอบรม) มีการปรับเปลี่ยนไม่เป็นไปตามกรอบหรือแผนของ พื้นที่จังหวัด เนื่องจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการคุยให้ครบทั้งฝ่าย (สถิติจังหวัด NT และบริษัท) ทำให้การขับเคลื่อน แผนงาน หรือกระบวนหยุดชะงัก หรือเร่งรีบเกินไปทำให้พื้นที่ประสานงานไม่ทัน
                          2.11.5) การนำข้อมูลรายละเอียดหน่วยงาน ใช้เวลามาก ผู้ปฏิบัติงานระดับล่างเห็นเป็นเรื่องยุ่งยาก เป็นภาระ ทำให้งานเพิ่ม ไม่ให้ความใส่ใจ ไม่ให้ความร่วมมือ
                 2.12) แนวทางการแก้ไขปัญหาของจังหวัดนครราชสีมา
                          2.12.1) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา เร่งประสานติดตามดำเนินการทุกรูปแบบ เช่น เสนอหนังสือให้ผู้บริหารลงนามเพื่อติดตาม และให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ ประจำอำเภอ หรือรับผิดชอบตำบลนั้นประสานงาน กับผู้รับผิดชอบดูแลระบบของหน่วยงานเร่งบันทึกข้อมูล รวมถึงการโทรประสาน ติดตามกับผู้บริหารของหน่วยงานเพื่อทราบ และสั่งการเจ้าหน้าที่ให้ ดำเนินการ

                          2.12.2) สำนักงานสถิติจังหวัดให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประสานชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ และแจ้งประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย และโอกาสที่หน่วยงานจะได้รับกับผู้ที่ยังไม่เข้าใจ
                          2.12.3) ดำเนินการสื่อสารและปรับกรอบการทำงานให้เป็นไปตามที่จังหวัดหรือพื้นที่สามารถ บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                 2.13) แผนการดำเนินการในระยะต่อไป สถิติจังหวัดนครราชสีมา จะได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นผ่านแบบสอบถามเพื่อประเมินผลและสำรวจความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและผู้ที่เริ่มเข้าใช้งานระบบฯ โดยจะได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ ปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานและสรุปเสนอให้ส่วนกลางรับทราบ เพื่อจะได้นำมาสรุปผลการขับเคลื่อนในภาพรวมของประเทศต่อไป


ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ดังนี้
          ข้อมูล ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568



















เปลี่ยนเป็นภาษาไทย : กดที่นี่!


The Implementation of Electronic Documentation System in e-Office under GDCC
          The e-Office system is a Cloud service of the Software as a Service (SaaS) type under GDCC, with the goal of increasing efficiency in document management and other related systems (such as meeting management systems, meeting room reservation systems, and vehicle reservation systems) within organizations. It supports the full transition to a digital government, with the Ministry of Digital Economy and Society (MDES) providing continuous free service according to government policy to drive the government sector towards paperless operations (Paperless Government). Government agencies can draft/sign/store and export document files entirely through the e-Office system without the need for paper.

          The e-Office system aims to support the full transition to digital government, as GDCC is a central platform provided by the government to reduce duplication in digital infrastructure investment by each agency. This helps the government sector save costs in procuring and maintaining technological resources for the country as a whole, while efficiently maintaining the security and privacy of government data.
          Government agencies (central, regional, local, and state educational institutions) can request support for using the e-Office system under the GDCC government cloud service, along with CA (Certification Authority) for those authorized to sign external documents, free of charge. Details about using electronic documents in the e-Office system can be studied from https://www.eoffice.go.th/
Operational Status (as of April 1, 2025) The system has 100,000 active users, with 700,000 users in the preparation stage for activation.

MDES's Goals for Driving the Use of Electronic Documents in the e-Office System under the Government Cloud Service (GDCC) 


Agencies wishing to use the service can express their interest via QR Code or by clicking this link: Click here

For more information, contact:
1) Provincial Digital Affairs Division, Office of the Permanent Secretary of the Ministry of Digital Economy and Society, Tel. 0-2141-6786
2. Provincial Statistical Offices nationwide or Provincial Telecommunications (NT) offices nationwide


Background and Significance
          The National Digital Economy and Society Development Policy and Plan is the main master plan for the country's digital economy and social development, spanning 20 years (2018-2037). It establishes the direction for driving sustainable national development using digital technology, aligning with the 20-year National Strategy Framework (2018-2037), the 13th National Economic and Social Development Plan (2023-2027), and the Thailand 4.0 concept: A model driving towards security, prosperity, and sustainability. This involves using digital technology as a key tool in developing an economic system based on innovation, business process reforms, and modernizing government management systems to address citizens' needs, adapting work culture to focus on achievement and public benefit that continuously adapts to global changes, and opening opportunities for all sectors to participate in meeting citizens' needs conveniently, quickly, and transparently. 
          The National Digital Economy and Society Development Policy and Plan focuses on long-term sustainable development in line with the 20-year National Strategy, with six strategic pillars: Strategy 1: Develop high-efficiency digital infrastructure nationwide; Strategy 2: Drive the economy with digital technology; Strategy 3: Create an inclusive, equitable society through digital technology; Strategy 4: Transform the public sector into a digital government; Strategy 5: Develop human resources ready for the digital economy and society era; and Strategy 6: Build confidence in digital technology usage.

 
        Strategy 4 focuses on using digital technology to improve the management efficiency of government agencies at both central and regional levels, creating digital government services that citizens can access without physical, geographical, or language limitations, leading to the integration of government operations as if they were a single organization. Furthermore, the future digital government will provide opportunities for citizens to participate in determining social and economic development approaches, governance, and expressing opinions on government operations. A target has been set for agencies to implement 100% electronic government practices and for Thailand to be ranked among the top 40 countries with the highest E-Government Development Index (EGDI) by 2027.
          Additionally, the government under Prime Minister Paetongtarn Shinawatra has a policy to restore the confidence of Thai people and foreigners by strengthening democratic political development with stability, rule of law, and transparency. The government will reform the bureaucracy and military to increase efficiency, transition Thai bureaucracy to a modern digital government system, adjust its size for agility, and increase budget efficiency and effectiveness in government operations. With the government focusing on pushing bureaucratic reform towards modern digital government, the Ministry of Digital Economy and Society (MDES) has accelerated the use of digital technology to enhance efficiency and transparency in government operations. The Digital Government policy is one of the ministry's priorities, with the goal of transforming government operations to be modern and maximally efficient.
           The government has also implemented a Cloud First Policy with the main goal of adopting cloud technology in government and private sector operations to increase efficiency and speed in providing secure services to citizens. MDES has been promoting the use of central cloud systems as the main digital infrastructure for the government through the Government Data Center and Cloud Service (GDCC) project, which focuses on using GDCC as the primary infrastructure for managing data and services of government agencies. This aims to create an ecosystem for public services and drive data-based work efficiently, as well as connect and support collaboration between government cloud service providers and private cloud service providers, responding to data usage trends and supporting the country's future innovation development.


Implementation
          The Ministry of Digital Economy and Society (MDES) has been driving the implementation of electronic document systems to transform all government agencies into digital government operations. MDES has adjusted its operations to align with policies for promoting electronic documents through a framework for driving the government sector toward paperless technology (Paperless Government) to achieve digital government in both central and regional administrations, as follows:
          1) Central mechanism: MDES drives implementation at the ministry level and central government agencies by establishing MOUs for electronic document usage in e-Office systems under the Government Data Center and Cloud service (GDCC) with various agencies such as the Ministry of Commerce, Ministry of Culture, Ministry of Public Health, and the Administrative Court Office.
          2) Regional mechanism: MDES organized activities to drive digital technology into the regions at the "Digital Korat: The Future Starts Now - Korat, the Digital Metropolis of the Future" event on July 1, 2024, during the Cabinet meeting in Nakhon Ratchasima Province. Nakhon Ratchasima was ready to be a model province in applying digital technology for government administration. A Memorandum of Understanding (MOU) was signed to drive digital transformation, and information was prepared to guide system usage and calculate the number of users in alignment with organizational structures. This model will be expanded to other provinces by coordinating with the Ministry of Interior to inform all provincial governors and local administrative organizations about the support for electronic document systems (e-Document) on the GDCC platform, with the National Statistical Office (Provincial Statistical Offices) appointed as coordinators for service requests at the provincial level.




Model Organization Management Guidelines
          Our Ministry of Digital Economy and Society proudly presents organization management guidelines that have already been implemented and can be adapted for government agencies throughout the country. We are ready to share experiences and practical methods resulting from our central-level implementation, with ministry-level agencies serving as examples of success.
          • Ministry of Commerce: The Permanent Secretary of Commerce has implemented a policy to transform the ministry's electronic document system into a full-fledged electronic document system with creation, sending, signing, and processing of official documents in electronic format with encryption to comply with the Electronic Government Administration Act B.E. 2565 (2022). This provides convenience, clarity, and addresses both time and paper resource needs, sustainably reducing paper use by 5,100 reams/year, saving 499,800 baht/year, and reducing carbon dioxide emissions by 26,775 kgCO2 for better quality of life and environmental friendliness.  



          The Ministry of Digital Economy and Society has been the main supporter of the Office of the Permanent Secretary of Commerce to achieve tangible results. A Memorandum of Understanding was signed for using the e-Office system between the Ministry of Digital Economy and Society and the Ministry of Commerce under the "Go Cloud First" policy using the Government Data Center and Cloud service (GDCC) to drive digital government on October 17, 2024, at the Ministry of Commerce. Later, on October 21, 2024, the Ministry of Commerce instructed all divisions/centers/groups/institutes in the central administration, provincial commerce offices, and overseas commerce offices to use the new electronic document system. The Permanent Secretary recognized the importance of connecting the new electronic document system throughout the ministry and therefore established a policy for all departments under the Ministry of Commerce to use the new system to enable connectivity for sending and receiving documents within the ministry. The implementation of the electronic document system at the Ministry of Commerce includes:

          
1. The Office of the Permanent Secretary of Commerce serves as a model for using the new electronic document system.

          2. Meetings between the Commerce Ministry Inspectors, directors of divisions/centers/groups/institutes, and users were held on October 15, 2024, to explain the new electronic document system, and on December 4, 2024, to explain the use of electronic signatures in the new system.



         
3. Meetings and training on the new electronic document system were organized on October 8-9, 2024, conducted by staff from the Ministry of Digital Economy and Society, with additional training in divisions/centers/groups/institutes during December 2024 - January 2025 by staff from the Information and Communication Technology Center, Office of the Permanent Secretary of Commerce, to enhance understanding and review system usage.
          4. Implementation of the electronic document system for staff and directors of divisions/centers/groups/institutes in full form, but not yet including executives at level 10 and above.
          5. Training for overseas units of the Office of the Permanent Secretary of Commerce, comprising 4 locations, and 76 Provincial Commerce Offices was conducted simultaneously via electronic media on October 8-9, 2024.
          6. The Office of the Permanent Secretary of Commerce, including central units (divisions/centers/groups/institutes), regional units (76 Provincial Commerce Offices), and international units (4 overseas Commerce Offices), began actual implementation on October 21, 2024, with 2,402 users from the Office of the Permanent Secretary of Commerce (as of January 28, 2025). Digital documents that can be created, sent, and signed through the system include general documents such as circulars, meeting invitations, acknowledgment letters, training invitations, and inspection notices.
          7. Expansion to 7 departments under the Ministry of Commerce (Department of Foreign Trade, Department of Internal Trade, Department of Trade Negotiations, Department of Intellectual Property, Department of Business Development, Department of International Trade Promotion, and Office of Trade Policy and Strategy) is divided into phases as follows:
               - Phase 1: Training in January 2025, with plans to go live within February-March 2025
               - Phase 2: Training in April 2025, with plans to go live within May-June 2025
               - Phase 3: Training in July 2025, with plans to go live within August-September 2025
          8. Details of implementation by departments under the Ministry of Commerce:
               - Office of the Permanent Secretary Ministry of Commerce and Office of the Minister of Commerce: Training on October 18, 2024, and implementation on October 21, 2024
               - Trade Policy and Strategy Office: Training on December 23, 2024, and implementation on January 2, 2025
               - Department of Business Development: Training on December 18, 2024, with no implementation date set yet
               - Department of Intellectual Property: Training on January 20, 2025, with no implementation date set yet
               - Department of Internal Trade: Training scheduled for January 30, 2025, with planned implementation on February 3, 2025
               - Department of Trade Negotiations: Awaiting information to proceed
               - Department of Foreign Trade: Awaiting information to proceed
               - Department of International Trade Promotion: Awaiting information to proceed

          • 
Nakhon Ratchasima Province: Nakhon Ratchasima Province has been driving the implementation of the e-Office system under the Government Data Center and Cloud service (GDCC) to support agencies in performing document management efficiently and quickly. The project objectives are:



         
1.
To drive the use of digital technology to enhance efficiency and transparency in government operations, which is part of the Digital Government policy.
          2. To establish Nakhon Ratchasima as a model province in transforming government operations to be modern and highly efficient under the "Go Cloud First" policy.
          3. To promote government agencies and local administrative organizations in procuring and implementing e-Office systems to enhance their operational efficiency, as well as applying digital technology to provide convenient, fast, efficient services to citizens and reduce citizens' travel expenses when contacting government agencies. The implementation in the province includes:

              1) Target groups:
                  Primary target: Government agencies in Nakhon Ratchasima Province and local administrative organizations in Nakhon Ratchasima Province
                  Secondary target: Staff working in various departments of government agencies and local administrative organizations in Nakhon Ratchasima Province

             2) Steps and activities:
                 
2.1) The Ministry of Digital Economy and Society and the National Statistical Office instructed all provincial statistical offices to proactively survey the use of electronic document systems by local administrative organizations to check if they are using all three features (create, sign, send) in 344 locations, and to gather information on usage, problems, obstacles, and suggestions to use as a database for developing the provincial e-Office system implementation plan. The survey of local administrative organizations in Nakhon Ratchasima found that only 4 out of 334 organizations were using electronic document systems.



                 
2.
2) The Nakhon Ratchasima Provincial Statistical Office publicized and raised awareness among 231 provincial-level government agencies and 32 district offices by presenting information at the Nakhon Ratchasima Provincial Department Meeting to provide project details and invite all sectors to use the e-Office electronic document system and create awareness before signing the MOU.
                 2.3) The Nakhon Ratchasima Provincial Statistical Office raised awareness among 334 local administrative organizations by presenting information at their meetings, explaining project details and inviting all sectors to use the e-Office electronic document system.
                 2.4) The Nakhon Ratchasima Provincial Statistical Office developed an implementation plan for the e-Office system to serve as a framework for driving awareness after the Ministry of Digital Economy and Society and Nakhon Ratchasima Province signed an MOU to integrate and connect work processes of various agencies on the e-Office platform of GDCC to enhance work efficiency, data management, and internal agency integration.
                 2.5) The Nakhon Ratchasima Provincial Statistical Office proactively surveyed the readiness and needs for using the e-Office electronic document system among government agencies and local administrative organizations in Nakhon Ratchasima Province to check if they were using all three features (create, sign, send). Responses were received from 52 government agencies (out of 231) and 291 local administrative organizations (out of 334) via Google Form.



                 
2.6) The Nakhon Ratchasima Provincial Statistical Office proactively prepared a declaration of intent for the Nakhon Ratchasima Provincial Governor to sign and distributed it to all sectors, including government, private sector, and local administrative organizations, to inform them about the implementation guidelines for the e-Office electronic document system in Nakhon Ratchasima Province and to encourage concrete collective action.
                 2.7) Training sessions were organized in collaboration with Telecommunications Public Company Limited, which was assigned to handle technical aspects to enable requesting agencies to use the system according to their needs. Since Nakhon Ratchasima is a large province with many agencies, the implementation divided participating agencies into:
                       - Government agencies and district offices: 52 locations
                       - Local administrative organizations (334 total): 291 locations (Round 1: 100 locations, Round 2: 100 locations, and Round 3: 91 locations)
                 2.8) Implementation steps:
                        2.8.1) Registration of system administrators from government agencies and local administrative organizations, divided by rounds as proportioned.
                        2.8.2) Training for system users, including system administrators and all users, as follows:
                                  - Local administrative organizations (Round 1): 71 locations trained on November 19-20, 2024, system implementation began on November 28, 2024
                                  - Government agencies and district offices: 49 locations trained on December 19-20, 2024, system implementation began by December 31, 2024
                                  - Local administrative organizations (Rounds 2 and 3): 220 locations trained on December 26, 2024, system implementation began by December 31, 2024

                 2.9) Implementation area: Local agencies in 32 districts of Nakhon Ratchasima Province.
                 2.10) Expected results: Agencies under local administrative organizations in Nakhon Ratchasima Province can use information systems to support various tasks, enhancing government operations efficiency.
                 2.11) Challenges faced in Nakhon Ratchasima Province:
                          2.11.1) In the initial phase, target agencies lacked knowledge and understanding.

                          2.11.2) While agency executives (local administrative organizations) were interested in using the system, lower-level staff saw it as complicated, adding to their workload, and were uncooperative.
                          2.11.3) Government executives were interested in using the system, but political executives were not ready to use it, finding it complicated and unfamiliar.

                          2.11.4) Communication about the action plan (training) changed and did not follow the provincial framework or plan because the relevant agencies had not fully coordinated (provincial statistical office, NT, and the company), causing implementation plans to stall or be rushed.
                          2.11.5) Gathering detailed agency information was time-consuming; lower-level staff saw it as complicated and burdensome.
                 2.12) Solutions implemented in Nakhon Ratchasima Province:
                          2.12.1) The Nakhon Ratchasima Provincial Statistical Office expedited coordination through various means, such as submitting letters for executive approval to follow up, having office staff stationed in districts or responsible for specific sub-districts coordinate with system administrators to expedite data entry, and calling agency executives for awareness and to instruct staff to proceed.

                          2.12.2) The Provincial Statistical Office had responsible staff coordinate and explain to create understanding, highlighting benefits, advantages, disadvantages, and opportunities for agencies.
                          2.12.3) Improved communication and adjusted the work framework to allow the province or local areas to manage efficiently.
                 2.13) Future plans: The Nakhon Ratchasima Provincial Statistical Office will collect feedback via questionnaires to evaluate and survey opinions of those involved and those who have started using the system. This data will be analyzed to improve implementation guidelines and reported to central authorities for summarizing the overall national implementation results.


Result of past operations 
          Information as of April 3, 2025



















Language Thai


AOC 1441ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC1441) ให้บริการสายด่วนหมายเลขโทรศัพท์ 1441 ช่องทางเดียว โดยไม่มีช่องทางการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดีย หรือช่องทางอื่น ๆ


1. ข้อมูลทั่วไป


การต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์
ความเชื่อมโยงในระดับยุทธศาสตร์ของการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์

          จากปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นและส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งถือเป็นประเด็นปัญหาระดับโลกรัฐบาล ภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหานี้ โดยกำหนดนโยบายมุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง ดังคำกล่าวว่า

          “รัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรม อาชญากรรมออนไลน์/มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดยการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และรับมือกับอาชญากรรมออนไลน์อย่างรวดเร็ว รวมถึงช่วยเหลือเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างทันท่วงที โดยผนึกกำลังกับประเทศเพื่อนบ้าน และสร้างกลไกการร่วมรับผิดชอบของบริษัทผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมและธนาคารพาณิชย์”

          นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านความมั่นคง และ แผนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญ คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ปลอดภัย เพื่อรองรับการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์และการใช้งานเทคโนโลยีอย่างมั่นคง การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ในการเฝ้าระวังและจัดการกับภัยคุกคาม และการให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ และความสามารถในการป้องกันตนเองจากอาชญากรรมออนไลน์
          ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัย พร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อจัดตั้งระบบรับแจ้งและบริหารจัดการคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งสามารถประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  2. เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการสนับสนุนการรับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการเสริมทักษะการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
  3. เพื่อจัดหาและพัฒนาระบบงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานที่ที่จำเป็น สำหรับรองรับการปฏิบัติงานรับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายของโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมาย

มีศูนย์บริการแบบครบวงจรที่บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็ว เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการไหลของเงินในบัญชีของมิจฉาชีพอย่างทันท่วงที และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ

การดำเนินการของศูนย์ฯ
เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ถึงปัจจุบัน

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC 1441) ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์บริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) โดยให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและดำเนินการระงับบัญชีต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานของศูนย์ฯ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ศูนย์ฯ ให้บริการผ่านสายด่วนหมายเลข 1441 โดยมีการให้บริการ 3 ประเภท ดังนี้
  • กด 1 แจ้งขอระงับบัญชีต้องสงสัย
  • กด 2 กรณีบัญชีของตนเองถูกระงับและต้องการขอปลดระงับ
  • กด 3 ขอคำปรึกษาด้านคดี
การให้บริการศูนย์ AOC จะดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
  • เมื่อผู้เสียหายโทรเข้ามาที่ศูนย์ AOC ด้วยหมายเลขด่วน 1441 เจ้าหน้าที่ศูนย์ AOC รับสาย แล้วจะสอบถามข้อมูลของผู้เสียหาย หากเป็นกรณีการหลอกลวงการซื้อสินค้าไม่ตรงปก เจ้าหน้าที่ศูนย์ AOC จะแนะนำผู้เสียหายโทรไปยังสายด่วน 1212
  • เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลของผู้ที่ได้รับความเสียหายและบันทึกลงในระบบแล้วจะโอนสายไปยังธนาคารของผู้เสียหายเพื่อทำการ KYC (Know Your Customer)
  • เมื่อดำเนินการ KYC เสร็จเรียบร้อยแล้วจะโอนสายกลับมายังเจ้าหน้าที่รับสายของศูนย์ AOC เพื่อดำเนินการบันทึก Bank Case ID ลงในระบบ จากนั้นข้อมูลของผู้เสียหายจะถูกบันทึกส่งไปยังระบบ Thaipoliceonline และระบบจะออก Police Case ID ให้ผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายสามารถระบุสถานีตำรวจที่ต้องการไปพบพนักงานสอบสวนได้ ซึ่งขั้นตอนนี้ผู้เสียหายจะได้รับ SMS ภายในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง
  • ประชาชนจะได้ SMS จากตำรวจเพื่อยืนยันการแจ้งความพร้อมทั้ง Police Case ID เพื่อติดตามคดีและแจ้งให้ไปพบเจ้าหน้าที่สอบสวน ณ สถานีตำรวจภายใน 7 วัน
ภาพเคลื่อนไหว AOC
ภาพเคลื่อนไหว AOC

Page Up


2. ข้อมูลสถิติ


          ความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ และบริการที่ครบวงจร ศูนย์ AOC 1441 มุ่งมั่นในการป้องกัน และระงับยับยั้งอาชญากรรมออนไลน์เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของประชาชนในโลกดิจิทัล
          ที่ผ่านมาสถิติการดำเนินงานของศูนย์ AOC เป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จในการให้บริการ และผลกระทบเชิงบวกในการมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือประชาชน โดยข้อมูลที่ศูนย์ AOC ได้รับร้องเรียนจากประชาชนไม่เพียงแต่แสดงถึงจำนวนการดำเนินการ แต่ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มและรูปแบบ ของอาชญากรรมออนไลน์ที่เกิดขึ้น เพื่อใช้ในการวางมาตรการการป้องกันและรับมือในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลสถิติการให้บริการของศูนย์ AOC ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ข้อมูลสถิติการให้บริการของศูนย์ AOC



Page Up


3. แจ้งเตือนภัยรูปแบบการหลอกลวงจากศูนย์ AOC


3.1 การแจ้งเตือนภัยการหลอกลวงออนไลน์/ข่าวที่เกี่ยวข้อง 3.2 ตัวอย่างการหลอกลวงออนไลน์

Page Up


4. ด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์


20 กุมภาพันธ์ 2567
บรรยายสรุปการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร

13 มีนาคม 2567
ถ่ายทำรายการรู้เท่าทันภัยออนไลน์ผ่านสถานีโทรทัศน์ Thai PBS

2 กรกฎาคม 2567
บรรยายสรุปการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้กระทรวงกลาโหม

6 สิงหาคม 2567
บรรยายสรุปการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้ธนาคารกลางฟิลิปิน พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

27 สิงหาคม 2567
บรรยายสรุปการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้กองงานดิจิทัลจังหวัดทั่วประเทศ

9 กันยายน 2567
บรรยายสรุปการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้หน่วยงานทางการเงินของ สปป.ลาว พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

25 กันยายน 2567
บรรยายสรุปการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

17 ตุลาคม 2567
บรรยายสรุปการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้สถานทูตญี่ปุ่น พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

12 ธันวาคม 2567
บรรยายสรุปการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

12 ธันวาคม 2567
บรรยายสรุปการดำเนินการให้บริการประชาชนผ่านสายด่วน 1441 กับเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการประชาชน สายด่วน GCC1111 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การให้บริการประชาชน

9 มกราคม 2568
บรรยายสรุปดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้ผู้แทนสำนักงานตำรวจประเทศมองโกเลีย พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

15 มกราคม 2568
ต้อนรับ Mr. PHUANGPASERT KEOSOUVANH ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าเยี่ยมชมศูนย์ AOC และรับฟังคำบรรยายเรื่อง “การทำงานในการบูรณาการความร่วมมือของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC)”


Page Up


5. คำแนะนำของ AOC 1441


5.1 เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนโทรมาแจ้งเหตุกับศูนย์ AOC 1441
    เพื่อความรวดเร็วในการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย
  • ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน ของผู้เสียหาย
  • บัญชีธนาคาร ของผู้เสียหายที่ใช้ในการโอนเงินไป ว่าใช้ธนาคารอะไร เลขบัญชีอะไร วันและเวลาใด กรณี ใช้บัญชีธนาคารโอนไปมากกว่า 1 ธนาคารต้องเตรียมข้อมูลของทุกธนาคารให้พร้อม
  • บัญชีธนาคาร ของคนร้ายที่ผู้เสียหายโอนเงินไป เป็นธนาคารอะไร เลขบัญชีอะไร กรณี โอนไปมากกว่า 1 ธนาคารต้องเตรียมข้อมูลของทุกธนาคารให้พร้อม
  • เตรียมรายละเอียดเบื้องต้นของคดี เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการแจ้งเหตุ ทำให้มีความถูกต้องครบถ้วนในการบันทึกข้อมูล เช่น ไทม์ไลน์ของการเกิดเหตุ ช่องทาง
  • ที่มิจฉาชีพใช้ในการติดต่อ หรือแพล็ตฟอร์มใดที่ท่านพบการหลอกลวง
  • เบอร์โทรศัพท์ ที่ต้องการให้ SMS จาก Thai Police Online แจ้งเพื่อยืนยันการแจ้งความพร้อมทั้ง Police Case ID เพื่อติดตามคดี และแจ้งให้ไปพบเจ้าหน้าที่สอบสวน ณ สถานีตำรวจภายใน 7 วัน

5.2 ไม่วางสายเมื่อรอนานแล้วโทรเข้ามาใหม่ เพราะคิดว่าจะทำให้การรับสายเร็วขึ้น หากท่านโทรเข้ามาใหม่ท่านจะต้องรอรับบริการต่อท้ายสายอื่น ๆ ที่อยู่ในรายการรอสาย

5.3 อย่าลืมไปพบพนักงานสอบสวนภายใน 7 วัน เพราะคดีหลอกลวงออนไลน์เป็นคดีอาญา แม้จะทำการ KYC เพื่อระงับบัญชีและแจ้งความออนไลน์แล้ว แต่กฎหมายระบุให้ผู้เสียหายต้อง ไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอาญาต่อไป


Page Up


Language English


AOC 1441The Anti Online Scam Operation Center (AOC1441) provides its services exclusively through the hotline number 1441. It does not offer any communication or contact services via social media platforms or other channels


1. General Information


Combating Online Scam

          In response to the increasing prevalence of online crime and its widespread impact, which has become a global concern, the Thai government, under the leadership of Prime Minister Ms. Paetongtarn Shinawatra, has demonstrated a clear commitment to addressing this issue. The government has implemented policies aimed at aggressively combating online crime, as reflected in her statement:

          “The government will urgently address crime, including online scams and transnational crimes, to protect the interests of the people. This will be achieved by enhancing the capacity and efficiency in preventing and suppressing call center scams and swiftly responding to online crimes. Additionally, we will provide prompt assistance to victims of scams, strengthen cooperation with neighboring countries, and establish mechanisms for shared responsibility involving telecommunications operators and commercial banks.”

          This policy aligns with the goals of the 20-Year National Strategy on Security and the Digital Economy and Society Plan, which emphasize building trust and security in the use of digital technology. Key priorities include:

  1. 1. Developing secure digital infrastructure to prevent cyber threats and ensure stable use of technology.
  2. 2. Strengthening cooperation among domestic and international agencies to monitor and manage threats effectively.
  3. 3. Raising public awareness and enhancing citizens' ability to protect themselves from online crime.


These efforts aim to create a secure digital environment where citizens can use technology confidently and safely, enabling them to address new challenges in the digital era effectively and efficiently.

Objectives

  1. To establish a reporting and case management system for technology-related crimes that serves the public and enables effective coordination with relevant agencies.
  2. To develop personnel with expertise in supporting the reporting of technology-related crimes, including enhancing their coordination skills with relevant agencies to prevent and minimize potential damages.
  3. To procure and develop essential systems, tools, equipment, and facilities to support the operations of technology-related crime reporting and ensure the successful achievement of the project's goals efficiently.

Goal

To establish a one-stop service center that integrates operations with relevant agencies, focusing on providing prompt services to the public. The center aims to swiftly intercept the flow of funds in criminal accounts and serve as a central hub for data analysis and the formulation of effective measures to address online crime.

Operations of the Center
Operational since November 1, 2024.

The Anti Online Scam Operation Center (AOC 1441), operating under the Ministry of Digital Economy and Society, was established as a One-Stop Service Center to assist the public efficiently and promptly suspend suspicious accounts.

Collaborative Operations
The center integrates efforts from multiple agencies, including:

  • Royal Thai Police
  • Department of Special Investigation (DSI)
  • Anti-Money Laundering Office (AMLO)
  • Bank of Thailand
  • National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC)

Services Provided via Hotline 1441
The center offers three main services:

  • Press 1 : Report and request the suspension of suspicious accounts.
  • Press 2 : Request to lift the suspension of personal accounts.
  • Press 3: Seek legal advice.

Service Process

  • When a victim calls 1441, AOC staff collect information. If the case involves non-compliant online shopping, AOC staff recommend contacting the 1212 hotline.
  • Staff record the victim's details in the system and forward the call to the victim's bank for KYC (Know Your Customer) verification.
  • After KYC is completed, the call returns to the AOC agent, who logs the Bank Case ID into the system. The victim's details are then sent to the Thaipoliceonline system, generating a Police Case ID. The victim can choose the police station for their case, and an SMS is sent within 24 hours.
  • The victim will receive an SMS from the police, including the Police Case ID, for case tracking and instructions to meet the investigator at the designated police station within 7 days.
ภาพเคลื่อนไหว AOC

 


Page Up


2. Key Statistics


          With the collaboration of multiple agencies and comprehensive services, the AOC 1441 Center is committed to preventing and addressing online crime efficiently to ensure public safety and confidence in the digital realm.
          The operational statistics of AOC reflect its success in service delivery and its positive impact on assisting the public. Complaints received by AOC not only represent the number of cases handled but also provide insights into trends and patterns of emerging online crimes. This information serves as a valuable resource for designing effective preventive and responsive measures for the future.

Service Statistics of AOC
Operational data since November 1, 2024 to June 13, 2025





Page Up


3. Scam Alerts from AOC


3.1 Top 5 Online Scam Alerts The AOC Center identifies and alerts the public to the top five most prevalent online scams each month to enhance awareness and reduce potential harm. Below are the top five scams reported and monitored in December 2024:
  • Investment Scams – Fraudulent schemes promising high returns with low risk, often involving fake investment platforms.
  • Online Shopping Fraud – Fake e-commerce websites or sellers failing to deliver goods as advertised.
  • Job Offer Scams – False job advertisements requiring upfront payments or personal information for non-existent opportunities.
  • Phishing Attacks – Fraudulent messages or emails aimed at stealing personal or financial information.
  • Romance Scams – Exploiting victims emotionally to extort money under false pretenses of a romantic relationship.
AOC continues to work closely with the public and relevant agencies to disseminate these alerts and provide preventive measures, ensuring a safer digital environment for all citizens. 3.2 Examples of Online Scams

Page Up


4. Communications and Public Relations


On February 20, 2024
a briefing on measures to address online crime was presented to the House of Representatives' Committee on Anti-Money Laundering and Narcotics Control.

On March 13, 2024
the program was filmed at Thai PBS television station to raise awareness of online scams.

On July 2, 2024
A briefing on the progress and measures to address online crime was presented to officials from the Ministry of Defense.

On August 6, 2024
a briefing on measures to address online crime was presented to the central bank of the Republic of the Philippines. The session included an exchange of views on the prevention and suppression of online crime.

On August 27, 2024
a briefing on measures to address online crime was conducted for provincial digital offices nationwide.

On September 9, 2024
a briefing on measures to address online crime was conducted for financial institutions of the Lao PDR, along with an exchange of views on preventing and suppressing online crime.

On September 25, 2024
a briefing on measures to address online crime was conducted for financial institutions of the UNODC, along with an exchange of views on preventing and suppressing online crime.

On October 17, 2024
a briefing on measures to address online crime was conducted for the Japanese Embassy, along with an exchange of views on preventing and suppressing online crime.

On December 12, 2024
a briefing on measures to address online crime was conducted for students enrolled in the Assistant Prosecutor Training Program at the Institute of Prosecutor Personnel Development, along with an exchange of views on preventing and suppressing online crime.

On December 12, 2024
a briefing on public service operations through the 1441 hotline was conducted with staff from the Government Contact Center (GCC) 1111, aiming to exchange experiences in serving the public.

On January 9, 2025
a briefing on measures to address online crime was conducted for representatives from the Mongolian Police Agency, along with an exchange of views on preventing and suppressing online crime.

On January 15, 2025
We welcomed Mr. Phuangpasert Keosouvahn, Permanent Secretary of the Ministry of Technology and Communications of the Lao People's Democratic Republic, along with his delegation, to visit the Anti Online Scam Operation Center (AOC). During their visit, they received a presentation on "The Integration of Collaborative Efforts by the Anti Online Scam Operation Center (AOC)."


Page Up


5. AOC 1441 Recommendations


5.1 Prepare Information Before Calling AOC 1441
    To ensure faster and more efficient service, please have the following information ready when contacting AOC 1441:
  • Full Name and ID Number: Provide the victim's full name and national ID number.
  • Victim’s Bank Account Details: Include the name of the bank, account number, and the date and time of the transaction. If multiple bank accounts were used, prepare details for all accounts.
  • Scammer’s Bank Account Details: Include the bank name and account number of the scammer to whom the money was transferred. If transfers were made to multiple accounts, prepare details for all accounts.
  • Case Details: Provide a brief overview of the case for accurate reporting, such as the timeline of events, the communication channels used by the scammer, or the platform where the scam occurred.
  • Phone Number: Provide the phone number where you wish to receive an SMS from Thai Police Online. The SMS will include confirmation of the report and the Police Case ID for case tracking and instructions to meet with the investigator at the police station within 7 days.

5.2 Do Not Hang Up and Call Again If you experience long wait times, avoid hanging up and redialing, as this will place you at the end of the call queue, delaying your service further.

5.3 Meet the Investigator Within 7 Days Online scams are criminal offenses under the law. Even after completing the KYC process and filing an online report, victims are required by law to meet with an investigator at the designated police station within 7 days to proceed with the legal process.


Page Up




icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.